วันศุกร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2557

Jibi Jibi รักนี้เริ่มต้นที่เด็ก Kouen X alebaba X (?) 02..โคเอ็นและเสียงซุบซิบ

2


+*+*+


“เป็นยังไงบ้างค่ะ? ...ท่านหมอ” อาลีบาบาเอ่ยถาม หมอชราที่ทำการรักษาเสร็จ

“ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วล่ะขอรับองค์หญิงอาลีบาบา” หมอชรายิ้มให้เด็กสาวถอนหายใจโล่งอก

“โชคดีที่แทงไม่โดนจุดสำคัญอะไร แต่เพราะเสียงเลือดมากคงทำให้อ่อนเพลียไปพักนึ่งน่ะขอรับ แถมเท่าที่ดูคงจะไม่มีอาการไข้อะไร...แต่ยังไงกระผมจะจัดยาเผื่อเอาไว้ล่ะกันนะขอรับ” ร่างค่อนข้างชราก้มลงไปหยิบกระปุกยาในกระเป๋าแพทย์มาวางไว้บนโต๊ะข้างเตียง

“ขอบคุณท่านมาก” เด็กสาวแย้มยิ้มก่อนโค้งรับหมอชราประจำวังที่ขอตัวออกไป

ดวงตาสีทองหลุบมองเด็กชายผมสีแดงเพลิงที่กำลังหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงในห้องของเธอก่อนยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน

ร่างบางนั่งลงข้างเตียงก่อนหยิบผ้าชุบน้ำที่หัวเตียงมาเช็ดตัวทำความสะอาดต่างอาบน้ำ หลังจัดการเสร็จ ร่างบางก็ไปเปิดตู้เสื้อผ้าค้นดูว่าพอจะมีเสื้ออะไรจะให้ใส่ไปแทนก่อนได้ไหม เพราะวันนี้คงจะหาชุดที่เหมาะไม่ได้แล้ว

มือเรียวเลิดเปิดกองผ้า ก่อนจะเจอกับชุดนอนผ้าฝ้ายตัวเล็ก...ที่คงเป็นของตนในวัยเด็กที่ยังหลงเหลืออยู่ ร่างบางหยิบมันออกมาชูเมียงมองสลับกับร่างบนเตียง

เอาเถอะ...ชุดไม่ได้เด็กหญิงอะไร ...คงไม่เป็นไรมั้ง

คิดพลางลงมือใส่เสื้อให้กับร่างเปลือยเปล่าที่มีเพียงผ้าพันแผลผืนใหม่พันปิดแผล พอใส่เสร็จเป็นที่เรียบร้อย ก็ถอยออกมาดู พลางเอียงคอ

โอเค....ไม่ได้ดูเป็นเด็กผู้ชายใส่ชุดเด็กผู้หญิงจ้าอะไรมาก ร่างบางพยักหน้ากับตัวเองอย่างพอใจ ทั้งๆที่เรื่องนี้มันน่าจะขึ้นอยู่กับความพอใจของคนใส่มากกว่า

อาลีบาบาบิดตัวเล็กน้อยห่มผ้าให้ร่างเล็ก ก่อนยกอ่างน้ำกลับเข้าไปเก็บในห้องน้ำ..พร้อมกับจัดการธุระส่วนตัว

หลังจากห้องนอนเงียบสนิทไปพักหนึ่ง มีเพียงเสียงน้ำตกหระทบพื้นในห้องน้ำ ร่างของเด็กชายที่นอนอยู่ที่เตียงก็ลืมตาขึ้นมา ดวงเนตรสีเพลิงกวาดมองไปรอบห้องอย่างมึนๆและสำรวจ ก่อนหยุดอยู่ที่ประตูห้องน้ำที่ยังคงมีเสียงน้ำดังออกมา

มีคนอาบน้ำงั้นเหรอ...

ก่อนที่ดวงเนตรเพลิงจะหลุบมองตัวเอง มือเล็กๆจับขอบผ้าห่มเลิกขึ้นดูตัวเอง ที่อยู่ในชุดนอนผ้าฝ้าย ที่ติดจะดูเหมือนของเด็กผู้หญิง แผลก็ดูเหมือนจะโดนทำแผลใส่ยาเรียบร้อย

มือเล็กปล่อยชายผ้าห่มให้คลุมตัวอย่างเดิมก่อนนอนมองเพดานห้องที่มีการตกแต่งลวดลาย ...แม้ไม่หรูมากแต่ห้องนี้ก็บ่งบอกได้ว่าเป็นของคนมีฐานะ...เท่าที่ร่างเล็กจำได้ก็คือเขาผู้หญิงคนนั้นถูกพามารักษาที่วัง...

งั้นที่นี่ก็คงเป็นห้องของผู้หญิงคนนั้นสินะ และเผลอๆจะอยู่ในวังด้วย ร่างเล็กคิดสารตะเรียบเรียงดู

เสียงประตูห้องน้ำเปิดดึงสายตาให้เด็กชายหันไปมอง....ร่างเล็กนิ่งไปนิดก่อนใบหน้าจะแดงระเรื่อโดยไม่รู้ตัว

ร่างเปลือยเปล่าขาวนวลเกาะพราวไปด้วยหยาดน้ำที่สะท้อนแสงตะเกียงสะลัวๆในห้อง มีเพียงผ้าเช็ดตัวพันเรือนกายไว้อย่างหมิ่นเหม่ทำให้เห็นสัดส่วนร่างกายแบบเด็กสาวที่กำลังโต ในขณะที่มือเรียวก็ยังคงเช็ดเรือนผมของตนต่อไป ชายผ้าที่ลงมาปกการมองเห็นของร่างบางทำให้ไม่รับรู้ว่าอีกคนที่อยู่ในห้องตื่นแล้วและกำลังมองด้วยใบหน้าติดจะแดงๆอยู่  ร่างบางหันไปตามความเคยชินไปทางตู้เสื้อผ้าที่อยู่ใกล้ๆประตูห้องน้ำ ซึ่งทำให้ต้องหันหลังให้กับเตียงนอน ร่างบางหยิบเสื้อนอนผ้าฝ้ายขึ้นมาพลางปลดผ้าที่พันตัวออก....แผ่นหลังเนียนพลันปรากฏให้เห็นเรื่อยไล่ลงมายังสะโพกมน....

เด็กชายพลันรีบหลับตาลงทันที....อย่างพอจะเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของคนที่เข้าใจว่าตนอยู่คนเดียวภายในห้อง

เกิดเสียงแซกๆพักหนึ่งก่อนที่ที่นอนข้างตัวเด็กชายจะยุบลง จากนั้นตามด้วยมือเรียวที่ติดจะเย็นๆเล็กน้อย มานาบลงบนหน้าผาก

“อืม...ไม่มีไข้แหะ ค่อยยังชั่วหน่อยที่ไม่เป็นไรมาก” เสียงใสๆพึมพัม

รู้สึกได้ว่าร่างข้างกายขยับกายเล็กน้อยก่อนจะนิ่งไปตามด้วยเสียงแปลกๆให้เด็กชายต้องแอบปรือตาขึ้นมามอง

ดาบสั้นส่องประกายวาวล้อแสงตะเกียงในขณะที่ร่างบางนั่งเช็ดมัน และเพราะมองย้อนแสง ..แสงรำไรนั่นจึงส่องทะลุเนื้อผ้าฝ้ายจนเห็นเรือนกายภายใน...

เด็กชายรีบหลับตาลงอีกครั้ง ด้วยความเกรงใจระคนแปลกใจว่าทำไมยังต้องแกล้งเป็นหลับอยู่อีก แต่ในขณะเดียวกันเด็กชายก็อดระแวงไม่ได้ที่ร่างบางถือดาบอยู่แบบนั้น

หากแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนได้ยินเสียงดาบถูกเก็บและแสงสลัวในห้องที่ดับไป ลมแผ่วๆพัดมาเล็กน้อยพร้อมกลิ่นกายผสมสบู่หอมๆมากระทบเมื่อเด็กสาวทิ้งตัวลงนอน และไม่นานก็หลับไป....

“...”

เด็กชายหันควับมามองคนที่หลับไปเป็นที่เรียบร้อยอย่างไม่คิดที่จะระวังเลยแม้แต่น้อยว่าข้างๆตนมีเด็กที่ไปเก็บมาจากสลัมอยู่

“เชื่อเขาเลย...” เด็กชายพึมพัมกับความมืดภายในห้อง





รุ่งเช้ามาเยือนให้ผู้คนเริ่มต้นชีวิตกับอีกวันหนึ่ง เช่นเดียวกับร่างบางเรือนผมสีทองที่ลุกขึ้นมาขยี้ตาปอยๆก่อนจะเดินลอยๆเหมือนคนละเมอไปจัดการธุระยามเช้า

ซักพักเด็กชายเรือนผมสีเพลิงที่ติดจะยุ่งเหยิงเพราะพึงตื่นก็ค่อยๆลุกขึ้นมาพลางนิวหน้าเล็กน้อยกับความตึงๆที่แผล....

“อ้ะ...ฟื้นแล้วเหรอ” เสียงใสๆดังขึ้นให้ดวงเนตรเรียวสีเพลิงต้องหันไปมอง

“ยังเจ็บอยู่รึเปล่า?” ร่างบางเดินมานั่งข้างเตียงช่วยจับประคอง

“นิดหน่อย..แต่ไม่อะไรมาก” เด็กชายเอ่ย

“ดีแล้วล่ะ....ไปทำอีท่าไหนล่ะเนี่ยถึงเจ็บมาซะขนาดนี้?” ร่างบางมุ่ยหน้าถามพลางโน้มตัวลงมาจับหน้าจับตาสำรวจไข้

“ไม่รู้เหมือนกัน...”

เด็กสาวนิวหน้าทันที “เจ็บหนักขนาดนี้เนี่ยนะ...ไม่รู้”

“อืม....รู้สึกตัวอีกทีก็มีแผลแล้ว” เด็กชายตอบนิ่งๆ

อาลีบาบานิ่งไปพลางจ้องตากับเด็กชายที่จ้องตอบไม่มีหลบ ..จนร่างบางต้องย่อมรับอย่างปลงๆ

“เอาเถอะ...เอาเป็นว่า..ฉัน...อาลีบาบา ซารูจา ..นายล่ะชื่ออะไร?” ร่างบางยิงคำถามใหม่

คราวนี้เด็กชายนิ่งไปครู่หนึ่งเหมือนครุ่นคิดบางอย่าง...ก่อนเอ่ยตอบ

“โคเอ็น...”

“เอ๋ ..เหรอ ...โคเอ็นเหรอ...” ร่างบางงึมงัม

“ชื่อข้ามีไรแปลกรึไง?” คราวนี้เป็นเด็กชายมุ่ยหน้าบ้าง

“อา...เปล่าๆ...ไม่มีอะไรหรอก....แค่รู้สึกว่ามันคุ้นๆหูนิดหน่อยน่ะ ...เหมือนเคยได้ยินชื่อนี้ที่ไหนมา
ก่อน” อาลีบาบายกมือจับคางครุ่นคิด

“แล้วที่ไหนล่ะ?” เด็กชายเลิกคิ้ว

“ไม่รู้สิ” เด็กสาวมุ่ยหน้า

“แล้วทำไมถึงโดนนักเลงไล่กวดล่ะหืม?” ร่างบางปัดไปถามคำถามต่อไปเมื่อหาคำตอบของเมื่อกี้ไม่ได้

“ข้าก็เดินของข้าอยู่ดีๆ แต่พวกนั้นก็มาหาเรื่องข้าบอกว่านี่คือถิ่นมัน ..ถ้าจะเดินผ่านต้องได้รับอนุญาติ ไม่ก็ต้องจ่ายเงิน...พอข้าสวนว่านี่มันที่สาธราณะพวกนั้นก็เลยกระชากเสื้อข้า..ข้าเลยเอาไม้ที่อยู่ใกล้ๆฟาดหัวมันไป..”

เหตุผลสุดงี่เง่าในการกร่างและการกระทำสุดบ้าเกินเด็กทำให้ร่างบางอดทำหน้าเจื่อนพลางเหงื่อตกไม่ได้

“นี่พี่สาวข้าหิวแล้ว..” เด็กชายเอ่ยเสียงติดจะอ้อนโดยไม่รู้ตัว มือเล็กๆคล่ำท้องป่อยๆ

“ห่ะ...อืม ...ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉันไปเอามาให้นะ ..จะได้ไปเอาเสื้อมาให้ด้วย” ร่างบางว่าหลุดจากอาการอึ้งๆก่อนผลุผลัดออกไปจากห้อง

ส่วนเด็กชายก็ค่อยๆลุกขึ้นมาจากเตียงเดินไปล้างหน้าล้างตาระหว่างรอ มีนิวหน้าบ้างเล็กน้อยกับความตึงๆแต่ก็ไม่ได้อะไรกับมันมาก

“มาแล้ว ..อ่ะอย่าพึงขยับตัวแบบนั้นสิ” อาลีบาบาท้วงเมื่อเห็นเด็กชายเดินกลับมาจากห้องน้ำ มือเรียวรีบวางถาดอาหารทั้งสองถาด และห่อกระดาษที่มีชุดอยู่ในนั้นไว้ปลายเตียง ก่อนปรีมาอุ้มเด็กชายกลับมาวางที่เตียง

“ข้าแค่โดนแทงที่ท้อง..ไม่ใช่ที่ขาซะหน่อย..จะได้เดินไม่ได้” เด็กชายว่าออกมาขณะโดนอุ้ม

“มันก็ใช่..แต่ขยับตัวมากๆมันก็ไม่ดีต่อแผลนะ”

“ข้าขยับแต่ขาเพื่อเดิน..ไม่ได้ขยับตัวซักหน่อย” เด็กชายเถียงนิ่งๆแต่ทำเอาร่างบางไปต่อไม่ถูก

“จ้าๆ เอ้านี่” ยืนช้อนข้าวต้มที่โดนเป่าแล้วยัดเข้าปากเล็กๆที่เถียงคำไม่ตกฝากจนโคเอ็นต้องนั่งเคี้ยวตุ้ยๆ

“ข้ากินเองได้..พี่สาวกินไปเถอะ” เอ่ยพลางมองถาดอาหารอีกถาด “ข้า7ขวบแล้วนะ...ถือช้อนกินข้าวได้อยู่แล้ว” เอ่ยสำทับเมื่อเห็นร่างบางทำท่าจะพูดอะไร

“นายนี่มันดักคอเก่งจริงนะ” ร่างบางว่าพลางถอนใจ ...ตักแกงเข้าปาก..ตามด้วยน่าน*

*ขนมปังชนิดหนึ่งของอินเดีย

“แล้วต่อไปพี่สาวจะทำอะไรน่ะ”เด็กชายถามหลังทานไปพักหนึ่ง

“อ่อ...เรียนน่ะ...”




เสียงเหล็กกระทบกันดังเครงคร้างในท้องพระโรงที่เป็นโดมสูง ในขณะที่ร่างบางเคลื่อนตัวไปมาหลบผู้เป็นอาจารย์

“ไหล่เปิดนะ ...องค์หญิง” ร่างหนาของผู้เป็นอาจาร์ยฟาดดาบลงมา จนร่างบางต้องสไลตัวหลบไปด้านข้างพร้อมยกดาบมากัน

โคเอ็นมองการปะดาบเบื้องหน้าอย่างติดจะเบื่อหน่ายเนื่องจากร่างบางไม่ยอมให้ร่างเล็กทำอะไรที่มันจะเป็นการเคลื่อนไหวมากไป


องค์หญิงงั้นเหรอ...


มือเล็กยกขึ้นเท้าคาง มองร่างบางที่กระโดดถอยไปข้างหลังพลางวาดดาบสั้นในมือเพื่อตัดการจู่โจมเข้ามาของผู้เป็นอาจารย์ แล้วเริ่มรุกกลับ

เด็กชายมุ่ยหัวคิ้วนึกถึงความรู้ที่มีในหัว...

ไม่เห็นเคยได้ยินเลยแหะว่าซารูจาจะมีองค์หญิงด้วย....

โคเอ็นค่อนข้างจะมั่นใจว่าตัวเองเป็นพวกชอบหาความรู้ใหม่ๆตลอด ไม่ใช่แค่เรื่องในตำราที่อาจารย์ของตนจะหามาให้เท่านั้น แต่ไม่ว่าจะหนังสืออะไร..เด็กชายก็จะไล่ตามอ่านมาตลอด แม้แต่เรื่องของราชวงศ์ซารูจา เด็กชายก็เคยอ่านมาแล้ว...ซึ่งเรื่องนั้น...

“ไม่ใช่ว่าราชวงศ์ซารูจามีแค่โอรสสององค์รึไงนะ..” เด็กชายพึมพัมแผ่วเบา


“ช่วงนี่จักรวรรดิเจิดจรัศเข้ามาใกล้ไปรึเปล่า..”

“ก็ใช่...ถ้าไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นก็คงดีนะ..”

“ไม่ใช่แค่ทางเจิดจรัศหรอก..ถ้าซินเดรียเองก็มีท่าทางแปลกๆนะ”


เสียงพูดคุยเบาๆของทหารที่อยู่ใกล้ๆลอยมาเขาหูเด็กชายให้ต้องหลุดจากความคิดหันไปมอง ดวงเนตรเพลิงกระพริบปริมๆ


“จักรวรรดิเจิดจรัศอยู่ใกล้ๆนี้...งั้นเหรอ...ไหนจะซินเดรียอีก”



ร่างบางเดินมาทิ้งตัวลงนั่งปุข้างๆเด็กชายพลางเอาผ้าชุบน้ำโป๊ะหน้าตนทิ้งไว้ครู่หนึ่ง

“เป็นไงล่ะเบื่อใช่ไหมล่ะเรา” ร่างบางพึมพัมอย่างเพลียๆ ก่อนลุกขึ้นนั่งเช็ดหน้าเช็ดเหงื่อ

“นั่นเพราะพี่สาวไม่ยอมให้ข้า เรียนด้วยตังหาก”

“เจ้าเจ็บอยู่จะให้ทำอะไรที่มันหักโหมได้ไง” ร่างบางเถียงกลับ...คราวนี้เด็กชายเป็นฝ่ายยอม

“บ่ายเจ้าเรียนไรล่ะ?” โคเอ็นถามต่อ

“หือ....เศรษฐกิจ..ที่ห้องสมุดน่ะ...ทำไมเหรอ” อาลีบาบาลดผ้าที่เช็ดหน้าลง

“ข้าไปด้วย..”

“ห่ะ?! ที่นั่นมันจะทำให้นายเบื่อยิ่งกว่านะ”

“การอ่านหนังสือทำให้ข้าสนุกเสมอแหละ” แล้วก็เป็นอีกครั้งที่ร่างบางต้องยอมร่างเล็ก

“ตามใจล่ะกัน....ปะ..ไปกินข้าวกัน” เด็กสาวว่ากระโดดลุกขึ้น


สองร่างต่างวัยเดินคู่ไปตามทางเดินหินอ่อนเพื่อไปทานข้าว ก่อนที่จะผ่านตรงแยกๆหนึ่งเสียงซุบซิบแบบที่จงใจให้ได้ยินก็ลอยมาเข้าหู



“นี่เด็กหัวแดงนั่นแหละ...”

“เห้...ไปเก็บเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้ามาเนี่ยนะ ...เชื่อเขาเลย”

“ก็นะ...พวกไม่มีหัวนอนปลายเท้าก็อยู่กับพวกไม่มีหัวนอนปลายเท้านั่นแหละ”

“สมเป็นลูกโสเภณีจริงๆ..องค์หญิงนอกคอกที่เขาเรียกกันนั่นแหละ”

ที่ตรงนั้นมีกลุ่มนางกำนัลว่างงานจับกลุ่มคุยกัน ...เด็กชายหยุดยืนมองทันทีดวงเนตรสีเพลิงฉายแวววาววับอย่างไม่สบอารมณ์

ว่าข้าไม่มีหัวนอนปลายเท้างั้นเหรอ..ยัยโสเภณีวัง!!’

ทางอาลีบาบาก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะออกเดินต่อเหมือนไม่ได้ยินอะไร

ซึ่งตรงข้ามกับโคเอ็นที่แผ่รังสีเยือกเย็นใส่ ดวงเนตรเรียวสีเพลิงส่องประกายวาวราวกับเพลิงที่แทบจะลุกโหม

จนเหล่านางกำนัลที่ยิ้มเยาะใส่แผ่นหลังบางนั่นขนลุกซู่มองหาที่มาจนสบเข้ากับสายตานั่นแหละก็พลันหน้าซีดกับแรงกดดันที่มากเกินเด็กนั่นจนต้องถอยฉาก

“หึ” เด็กชายส่งเสียงหัวเราะในลำคออย่างเยาะๆ

“โคเอ็น?” อาลีบาบาหันมาเรียกเมื่อสังเกตได้ว่าร่างเล้กไม่ได้เดินมาด้วยกัน ใบหน้ามนหันไปก็พบกับร่างเล็กที่หยุดยืนอยู่ตรงแยกนั้น

“โคเอ็น...” ร่างบางเรียกอีกครั้ง ร่างเล็กนั้นก็หันมามองก่อนเดินมาหา

“นั่นคือสาเหตุที่พี่สาวดูเจียมเนื้อเจียมตัวทั้งๆที่เป็นองค์หญิงสินะ” ใบหน้าเล็กช้อนตาเรียวมองสบทันทีที่เดินเข้ามาใกล้

“เอ๋?”

“ทั้งๆที่พวกข้าวเช้า..หรือเรื่องหาชุดให้ข้า ...พี่สาวน่าจะแค่เรียกนางกำนัลเอามาให้ก็ได้น่ะ ..ไหนยังจะมื้อกลางวัยนี่อีก” โคเอ็นเอ่ย

ร่างบางกระพริบตาปริมๆก่อนแย้มยิ้มติดจะหงอยๆออกมา

“อืม...ฉันทำให้โคเอ็นพลอยโดนนินทาไปด้วย....ขอโทษนะ” สายลมเย็นๆพัดโชยมาจากสวนข้างๆระเบียงให้เส้นผมสีทองสั้นระต้นคอพลิ้วไหว เช่นเดียวกับผมยาวประบ่ามัดรวบไว้ครึ่งหัวของเด็กชาย

“...ทั้งๆที่โคเอ็นไม่ได้เป็นแบบนั้นแท้ๆ แต่ต้องมาถูกเหมาร่วมว่าเป็นคนไม่มีหัวนอนปลายเท้าแบบเดียวกับฉันน่ะ”

ตั้งใจจะสื่ออะไรน่ะ? คิ้วเรียวของเด็กชายเลิกขึ้นอย่างฉงน

“โคเอ็นน่ะ...อ่านหนังสือออกสินะ ...คนที่จะอ่านหนังสือออกน่ะก็มีแต่พวกคนชั้นสูงเท่านั้นแหละ ...แต่กลับต้องมาโดนเหมาร่วมกับคนอย่างฉันแบบนี้....” ใบหน้ามนก้มลงจนผมปรกตา ดวงตาสีเพลิงเบิกกว้างทันทีอย่างพอจะเข้าใจขึ้นมา

“...ขอโทษนะ” เสียงใสแสนหงอยเหงาถูกเอ่ยออกมา

เด็กชายตีสีหน้านิ่งเฉยมองไหล่บางๆที่ลู่ลง ก่อนถอนหายใจออกมา มือเล็กยื่นไปจับมือเรียวที่ติดจะกระด้างเล็กน้อยถ้าเทียบกับมือผู้หญิงทั่วไปในวัง

ดวงตาสีทองกระพริบปริมขณะก้มหน้า มองมือเล็กที่เอื้อมมาจับมือตน

“เรื่องพวกนั้นน่ะมันไม่ใช่เรื่องสำคัญหรอก...ถ้าพี่สาวไม่ช่วยข้าเมื่อวานนี้...ข้าอาจจะแย่ที่สลัมนั่นไปแล้วก็ได้...” ร่างเล็กที่สูงเลยเอวร่างบางไปหน่อยขยับเข้ามาประชิดจนโผล่เข้ามาในคล้องสายตาที่มองต่ำ

ดวงเนตรเรียวสีเพลิงช้อนมองสบ มือเล็กๆหากแต่อบอุ่มกระชับมือเรียวแน่นขึ้นเล็กน้อย

“ข้าต้อง...ขอบคุณพี่สาวตังหาก” รอยยิ้มบางถูกแต้มลงบนใบหน้าเล็กเป็นครั้งแรกที่เจอกัน

ดวงตาสีทองเบิกกว้างใบหน้านวลขึ้นสีจางๆ

ในอกรู้สึกวูบไหวแผ่วเบากับถ้อยคำเหล่านั้นกับสัมผัสอบอุ่นที่ฝ่ามือ


....แผ่วเบา...จนแม้แต่เจ้าของก็ไม่อาจรู้ตัว

.

.



.

TBC

ตอน2มาแล้วจ๊ะ...ด้วยความรวดเร็วแบบที่เรื่องก่อนๆไม่อาจเทียบ5555

*อ่านตรงนี้นิดนะครับ..ตอนแรกมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย..มันไม่สำคัญอะไรมากขนาดที่คนที่อ่านมาแล้วต้องไปย้อนหรอกครับ แค่อ่านตรงนี้แล้วทราบแค่ว่าผมลบช่วงที่มีการพูดถึงว่าอาลีบาบาเคยไปที่เรมเท่านั้นเองครับ เพื่อความสบายใจของคนเขียน(ห่ะ?) และเพื่อเนื้อเรื่องดำเนินต่อไปได้ด้วยครับ


มีคนบอกว่าโคเอ็นยังไม่โผล่เมื่อตอนแรก..ความจริงเฮียแกโผล่มาแล้วครับแลดูตัวประกอบสุดๆ(โดนฟันคอ) ตอนนี้น่าจะปูพื้นเรื่องเสร็จแล้ว(มั้ง?) คงจะได้เริ่มเรื่องตอนต่อไปนี่ล่ะมั้ง?(ทำไมมันดูไม่แน่ใจเลยล่ะเฮ้ย)

วันพุธที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2557

Jibi Jibi รักนี้เริ่มต้นที่เด็ก Kouen X alebaba X (?)

Jibi Jibi รักนี้เริ่มต้นที่เด็ก
Fanfic:magi the labyrinth of magic
Pairing: Kouen X Alebaba(C) X (?)

Story : 1 เรื่องนี้อาลีบาบาเป็นผู้หญิง...เป็นเรื่องราวที่ถ้าหากว่าไม่มีโรคระบาดในสลัมจนน้องสาวคาซิมตายแล้วคาซิมไม่ได้ทรยศอาลีบาบาจนเผาวังวันนั้นอาลีบาบาก็คงจะต้องอยู่ที่วังต่อไป
อาลีบาบาเป็นผู้พิชิตดันเจี้ยนและได้ครองอามอน
อาจมีอื่นๆ ที่ยังนึกไม่ออก55


+*+*+*+*+*++*+*+*+


1


-----


ไม่ใช่เรื่องแปลกที่บัลแบดจะมีผู้คนคราคร่ำมากมาย ...เนื่องจากเป็นเมืองท่าที่สำคัญเมืองหนึ่ง จึงมีผู้คนจากสารทิศหลั่งไหลเข้ามาแล้วก็ออกไป

แน่นอนว่านอกจากท่าเรือที่มีการข่นส่งสินค้าที่ยุ่งวุ่นวายอยู่ตลอดเวลาแล้ว อีกที่หนึ่งที่วุ่นวายไม่แพ้กันก็คือตลาด ที่จะยุ่งไปทั้งวันจวบจนเย็นเลยล่ะ

เสียงตะโกนขายของของเหล่าพ่อค้าแม่ขายดังเซ่งแซ่อยู่รอบตัวร่างบางร่างหนึ่งที่คลุมผ้าไว้บนศรีษะจนบดบังใบหน้าไปกว่าครึ่ง....

และก็แน่ล่ะ...เพราะเป็นเมืองท่าจึงมีผู้คนหลากหลายแบบ และการที่จะมีใครซักคนคลุมหัวซะจนปิดหน้าปิดตาก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่จะทำให้คนสนใจ

ร่างบางนั้นเดินอุ้มถุงกระดาษใบโตเอื่อยๆสบายๆรับกับความวุ่นวายรอบตัวและอากาศที่ค่อนข้างจะสดใสในวันนี้

ร่างนั้นหยุดเล็กน้อยกระชับถุงกระดาษใบโตที่อยู่ในอ้อมกอดที่มีน้ำหนักพอควรก่อนเดินเลี้ยวเข้าตรอกซอยคดเคี้ยวแสนเสื่อมโทรม แบบที่คนปรกติทั่วไปไม่มีทางเดินเข้ามาแน่ หากแต่ร่างบางก็เดินต่อไปราวกับคุ้นชินเป็นอย่างดี


ฮะ ฮะๆๆ


เสียงหัวเราะใสๆของเด็กแววมาทำให้ร่างบางภายใต้ผ้าคลุมจนปกใบหน้าไปครึ่งหนึ่งยิ้มบาง ขาเรียวเดินไปอีกเล็กน้อย ย่านสลัมก็ปรากฎสู่สายตา

เหล่าเด็กตัวเล็กๆที่ติดจะผอมกำลังเล่นวิ่งไล่กันตามประสาเด็กๆอย่างสนุกสนาน...จนเด็กคนนึ่งสังเกตเห็นร่างบางนั่นแหละ...ร้อยยอันสดใสก็ยิ่งฉีกกว่าขึ้นอีกเผยให้เห็นฟันหลอ

“พี่อาลีบาบามาแนะ” เด็กน้อยเอ่ย เหล่าเด็กทั้งหลายต่างหยุดกิจกรรมทันทีหันมามองร่างบางเป็นทางเดียว ชั่วพริบตาเด็กทั้งหลายต่างมารุมล้อมร่างบางในทันที

“เป็นไงบ้างหืมเด็กๆ” ร่างบางย่อตัวพลางปัดผ้าที่คลุมหัว เผยให้เห็นดวงหน้าหวานอย่างเด็กสาวที่กำลังโต ...ดวงตาสีทองเปร่งประกายเช่นเดียวกับผมสีทองดุจไหมแท้แสนนุ่มยาวระต้นคอเกือบปะบ่า มือเรียวขยีหัวน้อยๆเหล่านั้นอย่างเอ็นดู ให้ใบหน้าเล็กๆเหล่านั้นแย้มยิ้มหัวเราะชอบใจกับสัมผัสนั้น

ร่างบางก้าวเดินไปเรื่อยๆโดยมีเด็กรุ่มล้อมมากมายจนถึงบ้านหลังหนึ่งที่ดูใหญ่กว่าบ้านอื่นๆเล็กน้อยในสลัมแบบนี้

ร่างสูงผมหยิกจนเป็นเส้นหนาโผล่หัวออกมาดูที่มาของเสียวเจี้ยวจ้าวของเด็กๆและก็จริงดังคาด...เมื่อเด็กหนุ่มเห็นเด็กสาวผมทองเดินหยอกล้อกับที่มาเสียงเจี้ยวจ้าว

“กะแล้วว่าต้องเป็นเธอ” เด็กหนุ่มเอ่ยพลางยกตะเกียงมาจุดซิกก้าที่ตนคาบอยู่ ดวงตาเรียวสีส้มเหมือนแมวฉายแววเนื่อยๆ

“หวัดดีคาซิม” ร่างบางยิ้มหวานมาให้อย่างเป็นกันเองบ่งบอกถึงความสนิทสนม “ขอยืมจานชามหน่อยสิ”

“อาๆ...เข้ามาเอาสิ” เด็กหนุ่มนามคาซิมเบี่ยงตัวให้ร่างบางเดินเข้ามา

“รอแป๊ปนะจ๊ะ” ร่างบางหันมาเอ่ยยิ้มๆกับเหล่าเด็กๆที่รออยู่ที่รับคำเสียงใส

“โดดเรียนรึไง?” คาซิมเอ่ยกระเซาพลางนั่งลงที่โต๊ะไม้ในบ้านตน มองดูร่างบางจัดเตรียมอาหารให้เด็กๆ เพราะโดยปรกติแล้วร่างบางจะยุ่งกับการเรียนในราชสำนักจนไม่ค่อยได้แวะมาเท่าไร

“จะบ้าเหรอ...อาจารย์บัลคาร์กติดธุระทำให้สอนดาบให้ไม่ได้วันนี้ฉันเลยว่างหรอก” เด็กสาวแหวใส่ คาซิมยักไหล่ชูสองมือประหนึ่งยอมแพ้

“พี่อาลีบาบา” เสียงเรียกใสๆของเด็กผู้หญิงเอ่ยเรียกให้ร่างบางหันไปรับแรงโผกอดของเด็กหญิงผู้เป็นน้องสาวของคาซิม...มาเรียม

“เป็นไงบ้าง...หืม..เรา” ร่างบางหอมแก้มน้อยๆพลางยีอย่างหมั่นเขี้ยวเรียกเสียงหัวเราะอย่างจักกะจี๋ได้เป็นอย่างดี ใบหน้าน้อยชะโงกดูบนโต๊ะอย่างสนใจพลางเอ่ยถาม

“วันนี้มีอะไรเหรอค่ะ” เด็กน้อยถาม

“คาบับจ๊ะ” ร่างบางยิ้มหวานตอบ.....


หลังจากแจกอาหารให้เด็กๆเสร็จร่างบางก็นั่งคุยเล่นเรื่อยเปื่อยกับคาซิมและเหล่าเพื่อนสมัยเด็กอย่างฮัตซัม..ไซหนับ

“แล้ว...เป็นไงบ้างล่ะ...อาลีบาบา...มีหนุ่มมาบ้างยังจ๊ะ...เป็นเจ้าหญิงสาวไปแล้วนี่” ไซหนับกอดคออย่างล้อๆ

“วันๆหนึ่งฉันโดนตำรากับดาบโขกไหนยังจะดูแลของที่เข้าเมืองจากทางท่าเรือจะมีได้ไงเล่า” ร่างบางโวยหน้าแดงๆเรียกเสียงหัวเราะให้ดังลั่นวงได้เป็นอย่างดี

ไซหนับขยับยิ้มเหลือบมองคาซิมที่สูบซิกก้าทำไม่รู้ไม่ชี้ “...นั่นสิน้า....ถ้ามีก็คงไม่พ้นโดนคุณพี่ชายสับไอใครก็ไม่รู้นั่นเป็นชิ้นๆแน่เน้อออ”

“มองฉันทำไมไซหนับ” คาซิมว่า

“เปล้าว”

“อย่างคาซิมไม่ทำอะไรโจ่งแจ้งแบบนั้นหรอก...เก็บเงียบๆตั้งหากล่ะ...เมื่อเมื่อก่อนไง” ฮัตซัมว่านิ่งๆ ถึงเรื่องเมื่อตอนเด็กๆ ที่สาวผมทองเคยโดนเด็กจากถิ่นอื่นมาจีบที่วันต่อมาไอคนที่จีบก็ไปนอนหมดสภาพในกองขยะ

“เฮ้ย!!!” คนที่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ร้องอย่างชักทนไม่ไหวที่โดนเอาเรื่องสมัยเด็กมาล้อ ยกขาไล่ถีบทันทีเรียกเสียงหัวเราะให้ดังลั่นวงได้อีก











“อา....ฉันคงต้องกลับแล้วล่ะ” อาลีบาบาเอ่ย หลังจากแหงนมองท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มแล้วแล้ว มือเรียวปาดน้ำตาที่ยังคงคลออยู่จากวีรกรรมหลุดๆของฮัตซัมที่คาซิมเอามานั่งยางกันในกลุ่ม

“อา..เดี๋ยวฉันไปส่งออกถนนใหญ่ล่ะกัน ช่วงนี้มีไอหัวไม้น่ารำคาญอาละวาดในถิ่นฉันอยู่ด้วย...” คาซิมเอ่ยพลางลุกขึ้นมาบิดตัว

“วิ้วววว...คุณพี่ชายหวงน้องงงงงงง” ฮัตซัมไซหนับกิ้วก้าวกันอยู่ข้างหลัง ฝ่าเท้าใหญ่กระทืบกล่องไม้ที่วางอยู่ข้างๆทันที ประมาณว่าจะหยุดไม่หยุด

“งั้นฉันไปก่อนนะ” ร่างบางโบกมือลาให้ทั้งสองคนอย่างขำๆ ก่อนเดินจากมาพร้อมคาซิม

“..น่าแปลกที่นายไม่ยักกะเก็บนะ ..ลูกพี่ใหญ่” อาลีบาบาว่าติดล้อๆ หลังจากเดินมาได้พักหนึ่ง

“หืม?...เอ่อพวกนั้นน่ะเหรอ...ยังเก็บไม่หมดน่ะ” คาซิมตอบ มือขยี้หัวทองๆอย่างหมั่นเขี้ยวที่บังอาจมาล้อตน เรียกเสียงหัวเราะจางร่างบางที่แหย่คุณพี่ชายได้

สองร่างเดินคู่กันไปตามตรอกที่เริ่มโผล่เผล้  จนกระทั่งได้ยินเสียงเอะอะทำให้ทั้งคู่หันไปมอง


“อย่าให้มันหนีไปได้นะ!!!



“ไอเด็กเวรตะไล...ฉันจะจับแกมาแยกเป็นท่อนๆเลย!!!” อันธพานหลายคนกำลังวิ่งกันให้วุ่นที่ปลายสายตาทั้งคู่

“ใช่เจ้าพวกนั้นรึเปล่า? ....พี่ชาย”ร่างบางเอียงคอ

“ไอเจ้าพวกนั่นแหละ ...น้องสาว”

สองร่างเหลือบมองกันก่อนฉีกยิ้มให้อย่างรู้กัน แล้วแยกย้ายไปคนล่ะทางทันที




ในย่ามเย็นที่ท้องฟ้าเริ่มทาบทาด้วยสีส้มยามอาทิตย์อัสดง ย้อมให้ตัวตึกสีขาวมอซอที่บางส่วนก็กระเทาะปูนจนเห็นอิฐเป็นสีส้ม

ร่างเล็กของเด็กอายุประมาณ7-8ขวบกำลังหนีการไล่ล่าของนังเลง เรือนผมสีแดงพันกันยุ่งเยิงเช่นเดียวกับดวงตาสีเพลิงกำลังมองหาทางหนีทีไล่ไประหว่างวิ่ง มือกุ่มท้องที่แผลเริ่มเปิดจนเลือดสีข้นซึมเปื้อนชุดผ้าฝ้ายสีขาว

“ชิ...สมแล้วที่เป็นสลัม” ร่างเล็กว่าพลางหอบแหก วิ่งหนีไปตามตรอกต่างๆ แต่เนื่องจากความแตกต่างกันของผู้ที่คุ้นชินพื้นที่แบบนี้ทำให้ร่างเล็กโดนไล่ต้อนจนมุมในซอบตันในเวลาไม่นาน

 “หนีไม่พ้นหรอกวะ ...ไอเด็กบ้า” กลุ่มอันธพานเดินเข้ามาที่ก้นตรอก ใบหน้ากร้านแสยะยิ้มไม่น่าดูออกมา เคาะไม้ท่อนโตในมือตน เด็กน้อยเม้มปากแน่นทันที ดวงตาสะท้อนแสงสีส้มยามเย็น ยิ่งขับดวงเนตรสีแดงนั้นดังเปลวเพลิงที่ลุกโชนมากขึ้น

“ไอพวกขยะเอ้ย” สบถเสียงต่ำอย่างหัวเสียงมือเล็กกุมท้องที่มีเลือดไหลไม่หยุดไว้แน่น

“แกมากว่ามั้งที่เดี๋ยวต้องกลายเป็นขยะน่ะ...หืม...” หัวโจกของกลุ่มย่างก้าวมาใกล้ มือเงื้อไม้ท่อนโตสุดแขนก่อนหวดลงมาเต็มแรงทันที ไม่สนว่าคนที่ตนกำลังทำร้ายจะเป็นเด็กก็ตาม เช่นเดียวกับดวงตาสีเพลิงนั่นที่มองกร้าวอยู่แม้ว่าตนกำลังจะแย่ก็ตาม





ฉึบ!!





ร่างบางร่างหนึ่งกระโดดลงมาจากตึกข้างๆ มีดสั้นในมือตัดสะบันท่อนไม้ในพริบตาที่ถึงพื้น ท่ามกลางดวงตาหลายคู่ที่เบิกกว้าง

“ฮ...เฮ้ย” หัวโจกของกลุ่มอันธพานเบิกตาแทบถลน เช่นเดียวกับเด็กน้อยที่เบิกเนตรสีเพลิงอย่างอึ้งๆ

ร่างบางที่คลุมผ้าจนปกหน้าซีกบนขยับยิ้มบางที่พ้นเงาผ้าออกมาก่อนวาดท่อนขาเรียวเตะหวดอีกฝ่ายจนกระเด็น

เรื่องที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้ทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั่นได้แต่นิ่งงันไป ท่อนขาที่ยกค้างไว้วาดวางลงเช่นเดิมอย่างไม่ยี่หระกับเรื่องที่เกิดขึ้น มือข้างที่ถือดาบสั้นตกลงสบายๆข้างตัว หมุนประจันหน้ากับอันธพานโดยกันร่างของเด็กน้อยเบื้องหลังตนไว้

“เฮ้ยแก... ทำแบบนี้หาเรื่องกันนี่หวา” เหล่านักเลงโวยวายเมื่อตั้งสติได้

“หึ” ส่งเสียงหัวเราะเบาๆในลำคอ...ต่างหูทองที่พอมองเห็นรำไรพ้นผ้าส่องประกายรับแสงสุดท้ายของวันราวกับจะช่วยเยาะเย้น

“หนอยแก” เมื่อเห็นว่าร่างบางนั่นไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้าน ทั้งๆที่ก็มีอยู่เพียงแค่ตัวคนเดียวส่งผลให้ทรชนเขี้ยวฟันอย่างหงุดหงิดทันที

“ถ้าอยากตายนักก็ด้ายยย .....เก็บมันทั้งคู่แม่งเลย” ชายสี่คนพุ่งเข้ามาทันทีพร้อมไม้ท่อนโต ร่างบางเคลื่อนตัวหลบสบายๆพร้อมสวนกลับจนพวกนั้นลงไปนอนจุกคลุกฝุ่นที่พื้น

“แก!!” ชายที่โดนร่างบางเตะไปตอนแรกร้องกัขฬะ ล้วงหยิบมีดสั้นขึ้นมาพลางพุ่งตัวเข้าหาร่างบาง
ร่างบางวาดมือซ้ายเก็บไพล่หลังโดยอัตโนมัต ร่างกายเบี่ยงหลบร่างหนาที่พุ่งเข้ามาโดยเอามีดกันไว้ด้วย อาศัยเพียงแรงที่อีกฝ่ายพุ่งเข้ามาเท่านั้นปล่อยให้คมมีดกรีดเนื้อที่แขนเปิดเป็นทางยาวจนชายร่างหนาต้องร้องโหยหวน เลือดสีคล้ำสาดกระเซ็นเปื้อนพนังและพื้นสกปรกๆในตรอกเป็นทางยาว

ร่างบางแกว่งมีดไปมาเพื่อสะบัดเลือด..พลางนึกในใจก็พุ่งมาแรงเต็มเหนี่ยวเองนะ

ฝ่ายพวกนักเลงที่เหลือต่างหน้าซีดทันที..รับรู้โดยสัณชาติญาณว่าร่างบางๆนั้นมีฝีมือแค่ไหน...โดยสันดานเสียของพวกมันจึงกลับหลังหันทิ้งพวกพ้องตนไว้ข้างหลังวิ่งหนีเอาตัวรอดทันที

“จะไปไหนน่ะหืม” ร่างสูงเตะถังไม้ขัดขาให้พวกนั้นล้มกันเป็นแถบๆพลางก้าวมาขวางทางออกจากซอยตันไว้

“กะ...แกมัน...คาซิม!!” หนึ่งในอันธพานร้องเสียงหลง

“หาตัวเจอแล้ว” ร่างสูงแสยะยิ้มเหี้ยมออกมา “คราวนี้ฉันจะได้จัดเก็บให้หมดซักที” ดาบสั้นถูกชักออกมาจากข้างตัวส่องประกายวาวรับแสง จนพวกอันธพานหน้าเสีย



และแล้วเสียงร้องโหยหวนก็ดังก้องไปทั่วตรอกยามเย็นแห่งย่านสลัมนี้




ร่างบางมองดูการตะลุมบอลตรงหน้าอย่างหน่ายๆ สะบัดมีดเก็บเข้าฝัก ก่อนหันกลับมาให้ความสนใจร่างเล็กเบื้อหลังตน


“เป็นอะไรรึเปล่า?”ร่างบางคุกเข่าถามเด็กน้อยที่นั่งทรุดพิงกำแพงสกปรกๆ มือเรียวจับร่างเด็กน้อยแล้วก็ต้องเบิกตากว้างมือสัมผัสได้ถึงน้ำเปียกๆบางอย่าง บวกกับกลิ่นเหล็กที่โชยคลุ้ง ดวงเนตรสีทองเบิกกว้างขึ้น มือเรียวถกเปิดเสื้อขึ้นมาก็พบกับผ้าพันแผลที่เปียกของเหลวสีคล้ำจนชุ่ม

บาดเจ็บอยู่ก่อนงั้นเหรอ?!’

“อดทนหน่อยนะ” มือเรียวปลดผ้าพันแผลเดิมก่อนถอดผ้าคลุมหัวตนออกมาพันห้ามเลือดไว้ใหม่ ก่อนช้อนร่างเล็กมาไว้ในวงแขนพลางหันไปตะโกนบอกคาซิมที่กำลังซ้อมนักเลงอย่างมันมือ

“เด็กบาดเจ็บน่ะคาซิม! ...ฉันจะรีบพาเขาไปรักษาก่อนนะ”

“เอ่อ ...ไปเถอะ....แล้วเจอกัน” ร่างสูงเอี่ยวหลบมีดที่พุ่งเข้ามาพลางสวนหมัดเข้าที่ลิ้นปี๋จนทรุดลงไปอีกหนึ่ง


“ระวังตัวด้วย...แล้วเจอกัน” ร่างบางช่วยรับมีดที่แทงเข้ามาหาคาซิมให้ก่อนแทงสวนกลับไป เตะเสยคางนักเลงที่ทำท่าจะลุกขึ้นมาจนนับดาวไปอีกครั้ง ส่งท้ายก่อนวิ่งออกจากตรอกกลับไปที่วังทันที อย่างรู้ดีว่านักเลงพวกนั้นทำอะไรเพื่อนและพี่ชายของตนไม่ได้หรอก









TBC

มีการแก้ไขเล็กน้อยนะครับ...แต่ไม่ได้เยอะอะไร เพื่อให้สัมพันธ์กันเนื้อเรื่องตอนต่อๆไป
ผมแค่ลบตรงช่วงที่บอกว่าอาลีบาบาเคยไปที่เรมเท่านั้นแหละครับ
ขอบคุณครับ ^ ^

มันมาด้วยอารมณ์ครุ่กรุ่นมากกกกกกกกก5555
เนื่องด้วยความโมโหที่ทำไมฟิคเมไจมันไม่มีคู่ลุงโคเอ็นอาลีบาบาจังเลยทั้งๆที่มันก็ออกจะโจ่งแจ้ง(?)ขนาดนี้แท้ๆมันเลยออกมาเป็นเช่นนี้แล5555

เรื่องเก่าล่ะเฮ้ย//แววเสียงลึกลับ

พอดีว่าเมื่อตอนปีใหม่ Kill la kill มันหายไปนาน..ด้วยความไม่มีไรทำก็เลยลองดูเมไจ...ผลที่ได้คือติดจ๊ะ...แน่นอนว่าพอติดก็คือหาฟิคอ่าน...แต่ผลที่ได้คือไม่มี(ฮือออ)(มันมีแค่เรื่องเดียวเองเท่าที่ค้นเจอ..เฮ้อ..ชีวิตรันทด) มันเลยออกมาเป็นวงจรอุบาท์ ปั้นไหดองใหม่นั่นเองจ้าาาาา(บ้านเองอยู่ราชบุรีรึไงปั้นไหจังเฮ้ย!!//แววเสียงลึกลับ)

เรื่องนี้อาจจะไปได้ไกลกว่าเรื่องอื่นเพราะความพีคส่วนตัวและความขาดแคลนที่ได้กล่าวไปจ๊ะ
เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ทุ่มเต็มที่กั๊บ  =^=)\!!