2
+*+*+
“เป็นยังไงบ้างค่ะ?
...ท่านหมอ” อาลีบาบาเอ่ยถาม หมอชราที่ทำการรักษาเสร็จ
“ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วล่ะขอรับองค์หญิงอาลีบาบา”
หมอชรายิ้มให้เด็กสาวถอนหายใจโล่งอก
“โชคดีที่แทงไม่โดนจุดสำคัญอะไร
แต่เพราะเสียงเลือดมากคงทำให้อ่อนเพลียไปพักนึ่งน่ะขอรับ
แถมเท่าที่ดูคงจะไม่มีอาการไข้อะไร...แต่ยังไงกระผมจะจัดยาเผื่อเอาไว้ล่ะกันนะขอรับ”
ร่างค่อนข้างชราก้มลงไปหยิบกระปุกยาในกระเป๋าแพทย์มาวางไว้บนโต๊ะข้างเตียง
“ขอบคุณท่านมาก”
เด็กสาวแย้มยิ้มก่อนโค้งรับหมอชราประจำวังที่ขอตัวออกไป
ดวงตาสีทองหลุบมองเด็กชายผมสีแดงเพลิงที่กำลังหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงในห้องของเธอก่อนยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน
ร่างบางนั่งลงข้างเตียงก่อนหยิบผ้าชุบน้ำที่หัวเตียงมาเช็ดตัวทำความสะอาดต่างอาบน้ำ
หลังจัดการเสร็จ
ร่างบางก็ไปเปิดตู้เสื้อผ้าค้นดูว่าพอจะมีเสื้ออะไรจะให้ใส่ไปแทนก่อนได้ไหม
เพราะวันนี้คงจะหาชุดที่เหมาะไม่ได้แล้ว
มือเรียวเลิดเปิดกองผ้า
ก่อนจะเจอกับชุดนอนผ้าฝ้ายตัวเล็ก...ที่คงเป็นของตนในวัยเด็กที่ยังหลงเหลืออยู่
ร่างบางหยิบมันออกมาชูเมียงมองสลับกับร่างบนเตียง
‘เอาเถอะ...ชุดไม่ได้เด็กหญิงอะไร
...คงไม่เป็นไรมั้ง’
คิดพลางลงมือใส่เสื้อให้กับร่างเปลือยเปล่าที่มีเพียงผ้าพันแผลผืนใหม่พันปิดแผล
พอใส่เสร็จเป็นที่เรียบร้อย ก็ถอยออกมาดู พลางเอียงคอ
‘โอเค....ไม่ได้ดูเป็นเด็กผู้ชายใส่ชุดเด็กผู้หญิงจ้าอะไรมาก’ ร่างบางพยักหน้ากับตัวเองอย่างพอใจ
ทั้งๆที่เรื่องนี้มันน่าจะขึ้นอยู่กับความพอใจของคนใส่มากกว่า
อาลีบาบาบิดตัวเล็กน้อยห่มผ้าให้ร่างเล็ก
ก่อนยกอ่างน้ำกลับเข้าไปเก็บในห้องน้ำ..พร้อมกับจัดการธุระส่วนตัว
หลังจากห้องนอนเงียบสนิทไปพักหนึ่ง
มีเพียงเสียงน้ำตกหระทบพื้นในห้องน้ำ
ร่างของเด็กชายที่นอนอยู่ที่เตียงก็ลืมตาขึ้นมา
ดวงเนตรสีเพลิงกวาดมองไปรอบห้องอย่างมึนๆและสำรวจ
ก่อนหยุดอยู่ที่ประตูห้องน้ำที่ยังคงมีเสียงน้ำดังออกมา
‘มีคนอาบน้ำงั้นเหรอ...’
ก่อนที่ดวงเนตรเพลิงจะหลุบมองตัวเอง
มือเล็กๆจับขอบผ้าห่มเลิกขึ้นดูตัวเอง ที่อยู่ในชุดนอนผ้าฝ้าย
ที่ติดจะดูเหมือนของเด็กผู้หญิง แผลก็ดูเหมือนจะโดนทำแผลใส่ยาเรียบร้อย
มือเล็กปล่อยชายผ้าห่มให้คลุมตัวอย่างเดิมก่อนนอนมองเพดานห้องที่มีการตกแต่งลวดลาย
...แม้ไม่หรูมากแต่ห้องนี้ก็บ่งบอกได้ว่าเป็นของคนมีฐานะ...เท่าที่ร่างเล็กจำได้ก็คือเขาผู้หญิงคนนั้นถูกพามารักษาที่วัง...
‘งั้นที่นี่ก็คงเป็นห้องของผู้หญิงคนนั้นสินะ
และเผลอๆจะอยู่ในวังด้วย’ ร่างเล็กคิดสารตะเรียบเรียงดู
เสียงประตูห้องน้ำเปิดดึงสายตาให้เด็กชายหันไปมอง....ร่างเล็กนิ่งไปนิดก่อนใบหน้าจะแดงระเรื่อโดยไม่รู้ตัว
ร่างเปลือยเปล่าขาวนวลเกาะพราวไปด้วยหยาดน้ำที่สะท้อนแสงตะเกียงสะลัวๆในห้อง
มีเพียงผ้าเช็ดตัวพันเรือนกายไว้อย่างหมิ่นเหม่ทำให้เห็นสัดส่วนร่างกายแบบเด็กสาวที่กำลังโต
ในขณะที่มือเรียวก็ยังคงเช็ดเรือนผมของตนต่อไป
ชายผ้าที่ลงมาปกการมองเห็นของร่างบางทำให้ไม่รับรู้ว่าอีกคนที่อยู่ในห้องตื่นแล้วและกำลังมองด้วยใบหน้าติดจะแดงๆอยู่
ร่างบางหันไปตามความเคยชินไปทางตู้เสื้อผ้าที่อยู่ใกล้ๆประตูห้องน้ำ
ซึ่งทำให้ต้องหันหลังให้กับเตียงนอน
ร่างบางหยิบเสื้อนอนผ้าฝ้ายขึ้นมาพลางปลดผ้าที่พันตัวออก....แผ่นหลังเนียนพลันปรากฏให้เห็นเรื่อยไล่ลงมายังสะโพกมน....
เด็กชายพลันรีบหลับตาลงทันที....อย่างพอจะเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของคนที่เข้าใจว่าตนอยู่คนเดียวภายในห้อง
เกิดเสียงแซกๆพักหนึ่งก่อนที่ที่นอนข้างตัวเด็กชายจะยุบลง
จากนั้นตามด้วยมือเรียวที่ติดจะเย็นๆเล็กน้อย มานาบลงบนหน้าผาก
“อืม...ไม่มีไข้แหะ
ค่อยยังชั่วหน่อยที่ไม่เป็นไรมาก” เสียงใสๆพึมพัม
รู้สึกได้ว่าร่างข้างกายขยับกายเล็กน้อยก่อนจะนิ่งไปตามด้วยเสียงแปลกๆให้เด็กชายต้องแอบปรือตาขึ้นมามอง
ดาบสั้นส่องประกายวาวล้อแสงตะเกียงในขณะที่ร่างบางนั่งเช็ดมัน
และเพราะมองย้อนแสง ..แสงรำไรนั่นจึงส่องทะลุเนื้อผ้าฝ้ายจนเห็นเรือนกายภายใน...
เด็กชายรีบหลับตาลงอีกครั้ง
ด้วยความเกรงใจระคนแปลกใจว่าทำไมยังต้องแกล้งเป็นหลับอยู่อีก
แต่ในขณะเดียวกันเด็กชายก็อดระแวงไม่ได้ที่ร่างบางถือดาบอยู่แบบนั้น
หากแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
จนได้ยินเสียงดาบถูกเก็บและแสงสลัวในห้องที่ดับไป ลมแผ่วๆพัดมาเล็กน้อยพร้อมกลิ่นกายผสมสบู่หอมๆมากระทบเมื่อเด็กสาวทิ้งตัวลงนอน
และไม่นานก็หลับไป....
“...”
เด็กชายหันควับมามองคนที่หลับไปเป็นที่เรียบร้อยอย่างไม่คิดที่จะระวังเลยแม้แต่น้อยว่าข้างๆตนมีเด็กที่ไปเก็บมาจากสลัมอยู่
“เชื่อเขาเลย...”
เด็กชายพึมพัมกับความมืดภายในห้อง
รุ่งเช้ามาเยือนให้ผู้คนเริ่มต้นชีวิตกับอีกวันหนึ่ง
เช่นเดียวกับร่างบางเรือนผมสีทองที่ลุกขึ้นมาขยี้ตาปอยๆก่อนจะเดินลอยๆเหมือนคนละเมอไปจัดการธุระยามเช้า
ซักพักเด็กชายเรือนผมสีเพลิงที่ติดจะยุ่งเหยิงเพราะพึงตื่นก็ค่อยๆลุกขึ้นมาพลางนิวหน้าเล็กน้อยกับความตึงๆที่แผล....
“อ้ะ...ฟื้นแล้วเหรอ”
เสียงใสๆดังขึ้นให้ดวงเนตรเรียวสีเพลิงต้องหันไปมอง
“ยังเจ็บอยู่รึเปล่า?”
ร่างบางเดินมานั่งข้างเตียงช่วยจับประคอง
“นิดหน่อย..แต่ไม่อะไรมาก”
เด็กชายเอ่ย
“ดีแล้วล่ะ....ไปทำอีท่าไหนล่ะเนี่ยถึงเจ็บมาซะขนาดนี้?”
ร่างบางมุ่ยหน้าถามพลางโน้มตัวลงมาจับหน้าจับตาสำรวจไข้
“ไม่รู้เหมือนกัน...”
เด็กสาวนิวหน้าทันที
“เจ็บหนักขนาดนี้เนี่ยนะ...ไม่รู้”
“อืม....รู้สึกตัวอีกทีก็มีแผลแล้ว”
เด็กชายตอบนิ่งๆ
อาลีบาบานิ่งไปพลางจ้องตากับเด็กชายที่จ้องตอบไม่มีหลบ
..จนร่างบางต้องย่อมรับอย่างปลงๆ
“เอาเถอะ...เอาเป็นว่า..ฉัน...อาลีบาบา
ซารูจา ..นายล่ะชื่ออะไร?” ร่างบางยิงคำถามใหม่
คราวนี้เด็กชายนิ่งไปครู่หนึ่งเหมือนครุ่นคิดบางอย่าง...ก่อนเอ่ยตอบ
“โคเอ็น...”
“เอ๋ ..เหรอ
...โคเอ็นเหรอ...” ร่างบางงึมงัม
“ชื่อข้ามีไรแปลกรึไง?”
คราวนี้เป็นเด็กชายมุ่ยหน้าบ้าง
“อา...เปล่าๆ...ไม่มีอะไรหรอก....แค่รู้สึกว่ามันคุ้นๆหูนิดหน่อยน่ะ
...เหมือนเคยได้ยินชื่อนี้ที่ไหนมา
ก่อน” อาลีบาบายกมือจับคางครุ่นคิด
“แล้วที่ไหนล่ะ?”
เด็กชายเลิกคิ้ว
“ไม่รู้สิ”
เด็กสาวมุ่ยหน้า
“แล้วทำไมถึงโดนนักเลงไล่กวดล่ะหืม?”
ร่างบางปัดไปถามคำถามต่อไปเมื่อหาคำตอบของเมื่อกี้ไม่ได้
“ข้าก็เดินของข้าอยู่ดีๆ
แต่พวกนั้นก็มาหาเรื่องข้าบอกว่านี่คือถิ่นมัน ..ถ้าจะเดินผ่านต้องได้รับอนุญาติ
ไม่ก็ต้องจ่ายเงิน...พอข้าสวนว่านี่มันที่สาธราณะพวกนั้นก็เลยกระชากเสื้อข้า..ข้าเลยเอาไม้ที่อยู่ใกล้ๆฟาดหัวมันไป..”
เหตุผลสุดงี่เง่าในการกร่างและการกระทำสุดบ้าเกินเด็กทำให้ร่างบางอดทำหน้าเจื่อนพลางเหงื่อตกไม่ได้
“นี่พี่สาวข้าหิวแล้ว..”
เด็กชายเอ่ยเสียงติดจะอ้อนโดยไม่รู้ตัว มือเล็กๆคล่ำท้องป่อยๆ
“ห่ะ...อืม
...ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉันไปเอามาให้นะ ..จะได้ไปเอาเสื้อมาให้ด้วย”
ร่างบางว่าหลุดจากอาการอึ้งๆก่อนผลุผลัดออกไปจากห้อง
ส่วนเด็กชายก็ค่อยๆลุกขึ้นมาจากเตียงเดินไปล้างหน้าล้างตาระหว่างรอ
มีนิวหน้าบ้างเล็กน้อยกับความตึงๆแต่ก็ไม่ได้อะไรกับมันมาก
“มาแล้ว
..อ่ะอย่าพึงขยับตัวแบบนั้นสิ” อาลีบาบาท้วงเมื่อเห็นเด็กชายเดินกลับมาจากห้องน้ำ
มือเรียวรีบวางถาดอาหารทั้งสองถาด และห่อกระดาษที่มีชุดอยู่ในนั้นไว้ปลายเตียง
ก่อนปรีมาอุ้มเด็กชายกลับมาวางที่เตียง
“ข้าแค่โดนแทงที่ท้อง..ไม่ใช่ที่ขาซะหน่อย..จะได้เดินไม่ได้”
เด็กชายว่าออกมาขณะโดนอุ้ม
“มันก็ใช่..แต่ขยับตัวมากๆมันก็ไม่ดีต่อแผลนะ”
“ข้าขยับแต่ขาเพื่อเดิน..ไม่ได้ขยับตัวซักหน่อย”
เด็กชายเถียงนิ่งๆแต่ทำเอาร่างบางไปต่อไม่ถูก
“จ้าๆ เอ้านี่”
ยืนช้อนข้าวต้มที่โดนเป่าแล้วยัดเข้าปากเล็กๆที่เถียงคำไม่ตกฝากจนโคเอ็นต้องนั่งเคี้ยวตุ้ยๆ
“ข้ากินเองได้..พี่สาวกินไปเถอะ”
เอ่ยพลางมองถาดอาหารอีกถาด “ข้า7ขวบแล้วนะ...ถือช้อนกินข้าวได้อยู่แล้ว”
เอ่ยสำทับเมื่อเห็นร่างบางทำท่าจะพูดอะไร
“นายนี่มันดักคอเก่งจริงนะ”
ร่างบางว่าพลางถอนใจ ...ตักแกงเข้าปาก..ตามด้วยน่าน*
*ขนมปังชนิดหนึ่งของอินเดีย
“แล้วต่อไปพี่สาวจะทำอะไรน่ะ”เด็กชายถามหลังทานไปพักหนึ่ง
“อ่อ...เรียนน่ะ...”
เสียงเหล็กกระทบกันดังเครงคร้างในท้องพระโรงที่เป็นโดมสูง
ในขณะที่ร่างบางเคลื่อนตัวไปมาหลบผู้เป็นอาจารย์
“ไหล่เปิดนะ
...องค์หญิง” ร่างหนาของผู้เป็นอาจาร์ยฟาดดาบลงมา จนร่างบางต้องสไลตัวหลบไปด้านข้างพร้อมยกดาบมากัน
โคเอ็นมองการปะดาบเบื้องหน้าอย่างติดจะเบื่อหน่ายเนื่องจากร่างบางไม่ยอมให้ร่างเล็กทำอะไรที่มันจะเป็นการเคลื่อนไหวมากไป
‘องค์หญิงงั้นเหรอ...’
มือเล็กยกขึ้นเท้าคาง
มองร่างบางที่กระโดดถอยไปข้างหลังพลางวาดดาบสั้นในมือเพื่อตัดการจู่โจมเข้ามาของผู้เป็นอาจารย์
แล้วเริ่มรุกกลับ
เด็กชายมุ่ยหัวคิ้วนึกถึงความรู้ที่มีในหัว...
ไม่เห็นเคยได้ยินเลยแหะว่าซารูจาจะมีองค์หญิงด้วย....
โคเอ็นค่อนข้างจะมั่นใจว่าตัวเองเป็นพวกชอบหาความรู้ใหม่ๆตลอด
ไม่ใช่แค่เรื่องในตำราที่อาจารย์ของตนจะหามาให้เท่านั้น
แต่ไม่ว่าจะหนังสืออะไร..เด็กชายก็จะไล่ตามอ่านมาตลอด
แม้แต่เรื่องของราชวงศ์ซารูจา เด็กชายก็เคยอ่านมาแล้ว...ซึ่งเรื่องนั้น...
“ไม่ใช่ว่าราชวงศ์ซารูจามีแค่โอรสสององค์รึไงนะ..”
เด็กชายพึมพัมแผ่วเบา
“ช่วงนี่จักรวรรดิเจิดจรัศเข้ามาใกล้ไปรึเปล่า..”
“ก็ใช่...ถ้าไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นก็คงดีนะ..”
“ไม่ใช่แค่ทางเจิดจรัศหรอก..ถ้าซินเดรียเองก็มีท่าทางแปลกๆนะ”
เสียงพูดคุยเบาๆของทหารที่อยู่ใกล้ๆลอยมาเขาหูเด็กชายให้ต้องหลุดจากความคิดหันไปมอง
ดวงเนตรเพลิงกระพริบปริมๆ
“จักรวรรดิเจิดจรัศอยู่ใกล้ๆนี้...งั้นเหรอ...ไหนจะซินเดรียอีก”
ร่างบางเดินมาทิ้งตัวลงนั่งปุข้างๆเด็กชายพลางเอาผ้าชุบน้ำโป๊ะหน้าตนทิ้งไว้ครู่หนึ่ง
“เป็นไงล่ะเบื่อใช่ไหมล่ะเรา”
ร่างบางพึมพัมอย่างเพลียๆ ก่อนลุกขึ้นนั่งเช็ดหน้าเช็ดเหงื่อ
“นั่นเพราะพี่สาวไม่ยอมให้ข้า
เรียนด้วยตังหาก”
“เจ้าเจ็บอยู่จะให้ทำอะไรที่มันหักโหมได้ไง”
ร่างบางเถียงกลับ...คราวนี้เด็กชายเป็นฝ่ายยอม
“บ่ายเจ้าเรียนไรล่ะ?”
โคเอ็นถามต่อ
“หือ....เศรษฐกิจ..ที่ห้องสมุดน่ะ...ทำไมเหรอ”
อาลีบาบาลดผ้าที่เช็ดหน้าลง
“ข้าไปด้วย..”
“ห่ะ?! ที่นั่นมันจะทำให้นายเบื่อยิ่งกว่านะ”
“การอ่านหนังสือทำให้ข้าสนุกเสมอแหละ”
แล้วก็เป็นอีกครั้งที่ร่างบางต้องยอมร่างเล็ก
“ตามใจล่ะกัน....ปะ..ไปกินข้าวกัน”
เด็กสาวว่ากระโดดลุกขึ้น
สองร่างต่างวัยเดินคู่ไปตามทางเดินหินอ่อนเพื่อไปทานข้าว
ก่อนที่จะผ่านตรงแยกๆหนึ่งเสียงซุบซิบแบบที่จงใจให้ได้ยินก็ลอยมาเข้าหู
“นี่เด็กหัวแดงนั่นแหละ...”
“เห้...ไปเก็บเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้ามาเนี่ยนะ
...เชื่อเขาเลย”
“ก็นะ...พวกไม่มีหัวนอนปลายเท้าก็อยู่กับพวกไม่มีหัวนอนปลายเท้านั่นแหละ”
“สมเป็นลูกโสเภณีจริงๆ..องค์หญิงนอกคอกที่เขาเรียกกันนั่นแหละ”
ที่ตรงนั้นมีกลุ่มนางกำนัลว่างงานจับกลุ่มคุยกัน
...เด็กชายหยุดยืนมองทันทีดวงเนตรสีเพลิงฉายแวววาววับอย่างไม่สบอารมณ์
‘ว่าข้าไม่มีหัวนอนปลายเท้างั้นเหรอ..ยัยโสเภณีวัง!!’
ทางอาลีบาบาก็ชะงักไปเล็กน้อย
ก่อนจะออกเดินต่อเหมือนไม่ได้ยินอะไร
ซึ่งตรงข้ามกับโคเอ็นที่แผ่รังสีเยือกเย็นใส่
ดวงเนตรเรียวสีเพลิงส่องประกายวาวราวกับเพลิงที่แทบจะลุกโหม
จนเหล่านางกำนัลที่ยิ้มเยาะใส่แผ่นหลังบางนั่นขนลุกซู่มองหาที่มาจนสบเข้ากับสายตานั่นแหละก็พลันหน้าซีดกับแรงกดดันที่มากเกินเด็กนั่นจนต้องถอยฉาก
“หึ” เด็กชายส่งเสียงหัวเราะในลำคออย่างเยาะๆ
“โคเอ็น?”
อาลีบาบาหันมาเรียกเมื่อสังเกตได้ว่าร่างเล้กไม่ได้เดินมาด้วยกัน
ใบหน้ามนหันไปก็พบกับร่างเล็กที่หยุดยืนอยู่ตรงแยกนั้น
“โคเอ็น...”
ร่างบางเรียกอีกครั้ง ร่างเล็กนั้นก็หันมามองก่อนเดินมาหา
“นั่นคือสาเหตุที่พี่สาวดูเจียมเนื้อเจียมตัวทั้งๆที่เป็นองค์หญิงสินะ”
ใบหน้าเล็กช้อนตาเรียวมองสบทันทีที่เดินเข้ามาใกล้
“เอ๋?”
“ทั้งๆที่พวกข้าวเช้า..หรือเรื่องหาชุดให้ข้า
...พี่สาวน่าจะแค่เรียกนางกำนัลเอามาให้ก็ได้น่ะ ..ไหนยังจะมื้อกลางวัยนี่อีก”
โคเอ็นเอ่ย
ร่างบางกระพริบตาปริมๆก่อนแย้มยิ้มติดจะหงอยๆออกมา
“อืม...ฉันทำให้โคเอ็นพลอยโดนนินทาไปด้วย....ขอโทษนะ”
สายลมเย็นๆพัดโชยมาจากสวนข้างๆระเบียงให้เส้นผมสีทองสั้นระต้นคอพลิ้วไหว
เช่นเดียวกับผมยาวประบ่ามัดรวบไว้ครึ่งหัวของเด็กชาย
“...ทั้งๆที่โคเอ็นไม่ได้เป็นแบบนั้นแท้ๆ
แต่ต้องมาถูกเหมาร่วมว่าเป็นคนไม่มีหัวนอนปลายเท้าแบบเดียวกับฉันน่ะ”
‘ตั้งใจจะสื่ออะไรน่ะ?’ คิ้วเรียวของเด็กชายเลิกขึ้นอย่างฉงน
“โคเอ็นน่ะ...อ่านหนังสือออกสินะ
...คนที่จะอ่านหนังสือออกน่ะก็มีแต่พวกคนชั้นสูงเท่านั้นแหละ
...แต่กลับต้องมาโดนเหมาร่วมกับคนอย่างฉันแบบนี้....” ใบหน้ามนก้มลงจนผมปรกตา
ดวงตาสีเพลิงเบิกกว้างทันทีอย่างพอจะเข้าใจขึ้นมา
“...ขอโทษนะ”
เสียงใสแสนหงอยเหงาถูกเอ่ยออกมา
เด็กชายตีสีหน้านิ่งเฉยมองไหล่บางๆที่ลู่ลง
ก่อนถอนหายใจออกมา
มือเล็กยื่นไปจับมือเรียวที่ติดจะกระด้างเล็กน้อยถ้าเทียบกับมือผู้หญิงทั่วไปในวัง
ดวงตาสีทองกระพริบปริมขณะก้มหน้า
มองมือเล็กที่เอื้อมมาจับมือตน
“เรื่องพวกนั้นน่ะมันไม่ใช่เรื่องสำคัญหรอก...ถ้าพี่สาวไม่ช่วยข้าเมื่อวานนี้...ข้าอาจจะแย่ที่สลัมนั่นไปแล้วก็ได้...”
ร่างเล็กที่สูงเลยเอวร่างบางไปหน่อยขยับเข้ามาประชิดจนโผล่เข้ามาในคล้องสายตาที่มองต่ำ
ดวงเนตรเรียวสีเพลิงช้อนมองสบ
มือเล็กๆหากแต่อบอุ่มกระชับมือเรียวแน่นขึ้นเล็กน้อย
“ข้าต้อง...ขอบคุณพี่สาวตังหาก”
รอยยิ้มบางถูกแต้มลงบนใบหน้าเล็กเป็นครั้งแรกที่เจอกัน
ดวงตาสีทองเบิกกว้างใบหน้านวลขึ้นสีจางๆ
ในอกรู้สึกวูบไหวแผ่วเบากับถ้อยคำเหล่านั้นกับสัมผัสอบอุ่นที่ฝ่ามือ
....แผ่วเบา...จนแม้แต่เจ้าของก็ไม่อาจรู้ตัว
.
.
.
TBC
ตอน2มาแล้วจ๊ะ...ด้วยความรวดเร็วแบบที่เรื่องก่อนๆไม่อาจเทียบ5555
*อ่านตรงนี้นิดนะครับ..ตอนแรกมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย..มันไม่สำคัญอะไรมากขนาดที่คนที่อ่านมาแล้วต้องไปย้อนหรอกครับ
แค่อ่านตรงนี้แล้วทราบแค่ว่าผมลบช่วงที่มีการพูดถึงว่าอาลีบาบาเคยไปที่เรมเท่านั้นเองครับ
เพื่อความสบายใจของคนเขียน(ห่ะ?) และเพื่อเนื้อเรื่องดำเนินต่อไปได้ด้วยครับ
มีคนบอกว่าโคเอ็นยังไม่โผล่เมื่อตอนแรก..ความจริงเฮียแกโผล่มาแล้วครับแลดูตัวประกอบสุดๆ(โดนฟันคอ)
ตอนนี้น่าจะปูพื้นเรื่องเสร็จแล้ว(มั้ง?) คงจะได้เริ่มเรื่องตอนต่อไปนี่ล่ะมั้ง?(ทำไมมันดูไม่แน่ใจเลยล่ะเฮ้ย)