วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

S.Fic Tokyo Ghoul The Hangen Man KanekiKaneki

S.Fic Tokyo Ghoul The Hangen Man KanekiKaneki

:Fanfic Tokyo Ghoul
:Kaneki X Kaneki
: R18


+*+*+*+*+*+*

เหมือนความฝัน....ท่ามกลางบุพชาติสีแดง
.

ฮิกันบานะที่บานสะพร่างรอบกายเด็กหนุ่มเรือนผมดำที่นอนแผ่ท่ามกลางทุ่งสีเลือดอันเว้งว้างของที่นี่ พื้นฟ้าที่ถูกปกคลุมด้วยลายตารางหมากรุกขาวดำนั้น...ให้ความรู้สึกที่ตัดกันอย่างรุนแรง ...ที่นี่มีภาพลักษณ์ที่เปลี่ยนไปมา ...แต่โดยมากมันจะอยู่ที่นี่ 


...ทุ่งดอกไม้สีแดงฉานสุดตาและผืนฟ้าขาวดำลายตัดอันไร้ขอบเขต

ที่นี่ไม่มีเวลา... แต่ผมสามารถรับรู้ถึงการไหลของเวลา..การเปลี่ยนแปลงและสิ่งที่เกิดขึ้นข้างนอกที่นี่ได้

และทุกๆช่วงหนึ่ง...ที่..ที่นี่ จะไม่ได้มีเพียงแค่ผมเท่านั้น...



ดวงเนตรที่หลับอยู่ปรือขึ้นเผยให้เห็นดวงเนตรสีแดงกำข้างซ้ายอันตัดกับสีนิลอีกข้าง...


มาแล้ว....


ผมคิดและราวกับตอบรับ ...เงาดำทาบทับ...มองเห็นตัวเองกำลังก้มมองมา


ไม่สิ.....


จะเรียกว่าตัวเองได้รึเปล่านะ




คน...คนนั้น... มีใบหน้าเหมือนผมทุกระเบียดนิ้ว....ยกเว้นเรือนผมสีขาว


ซึ่งตรงกันข้ามกับของผมที่เป็นสีดำ...


คน...คนนั้น...มีเล็บสีดำ...


แต่ของผมเป็นสีชมพู...



แต่เราทั้งสองมีตาข้างซ้ายสีแดงเหมือนกัน....


เหมือนจะเป็นคนเดียวกัน...

แต่ก็ไม่ใช่...



คน...คนนั้นมีนิสัยโหดร้าย...รุนแรง

แต่ผมอ่อนแอ...และไม่สู้ใคร


คน...คนนั้น ขยับลงมาทาบทับร่างของผม ฝ่ามือที่ให้ความรู้สึกว่ามันหยาบกระดางมากกว่ามือของผมลากไล้ตามเรือนกายใต้อาภรณ์



อา...นานเท่าไรแล้วนะที่ผมอยู่ที่นี่และเป็นแบบนี้?



 ริมฝีปากเดียวกันกับที่กัดกินเนื้อมนุษย์และผีดิบ เวลานี้มันกำลังลากสัมผัสร้อนผ่าว...อ้อยอิง...ตรงซอกคอของผม



...น่าแปลก?



ทั้งๆที่เป็นริมฝีปากเดียวกันกับที่ฉีกกัดกินอยากโหดร้าย แต่เวลานี้มันกับให้ความรู้สึกอ่อนโยนบนผิวกาย

ถึงจะกัดเม้มจนรู้สึกเจ็บ...แต่ก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกไม่ดี ตรงกันข้าม..มันกลับให้ความรู้สึกวาบวามจนอดสะดุ้งร้องครางไม่ได้
เล็บสีดำจิกลงบนปุ่มไตสีหวานบนแผ่นอกที่ถูกเปิดอาภรณ์ขึ้น

“อื้ม”

ผมหลับตาลง เบียงหน้าไปด้านข้าง ให้คน...คนนั้นขบเม้นใบหูหยอกเหย้า รู้สึกได้ถึงฝ่ามือที่ไล้ต่ำไปหาส่วนอ่อนไหวช้าๆ




ไม่ต้องเร่งรีบ...เพราะยังไงที่นี่ก็เป็นของ “เรา”

...ไม่มีใคร

...หรืออะไร

...นอกจาก “เรา”


ร่างกายผมเริ่มร้อนผ่าวตามการเล้าโลม ดวงเนตรปรือปรอยคลอหยาดน้ำ



นานเท่าไรแล้วนะ?


ที่ผมมีเซ็กส์กับตัวตนที่เหมือนกับตัวเอง
ตั่งแต่ที่ฉันมีตัวตนขึ้นมา...เพื่อปกป้องนายล่ะมั้ง

กายบางบิดเร่าผิวเนื้อขาวที่เปลือยเปล่าสัมผัสสีแดงของฮิกันบานะ

ขาเรียวถูกจับอ้า เรียวนิ้วเริ่มรุกล้ำ สร้างความคุ้นเคย

เพราะถึงแม้จะเป็นตัวเองแต่ก็เป็นอีกบุคลิก


ไม่ใช่ตัวเอง



คน...คนนั้น ปลดเสื้อออกเมื่อรู้สึกร้อน...เผยรูปร่างที่แตกต่างจากผม ...เรือนร่างกำยำมีกล้ามเนื้อได้รูป แม้ไม่ได้ขึ้นกล้ามท้องเป็นลอนมัดๆ แต่มันก็เห็นได้ชัดว่าแตกต่างจากผมที่ผอมแห้ง แบบเด็กที่ไม่ได้ออกกำลังกายเท่าใดนัก

คน...คนนั้น โน้มร่างลงมาริมเลียแผ่นอกผมในขณะที่มือหนึ่งก็กอบกุมส่วนอ่อนไหว อีกข้างนิ้วก็เล้าโลมในเรือนกาย

“อ้า..” ผมร้องครางออกมาอย่างสุดทนเหมือนโดนเล้าโลมทั่วกาย มือเรียวจิกกำที่ไหล่แข็งๆของคนด้านบน ใบหน้ามนชื้นเหงื่อเชิดรั้ง

จวบจนถึงปลายทางแห่งราคะ เรียวนิ้วถูกถอนออกไปจากช่องทางของผม เช่นเดียวกับมือที่เล้าโลมส่วนอ่อนไหวที่ละจาก  ความเป็นชายที่ขยายตัว เผยออกมาเมื่อคน...คนนั้นปลดกางเกงลง ...ขนาดยังไม่เหมือนกันเลย ผมอดคิดในใจอย่างน้อยใจปนไม่สบอารมณ์  และเหมือนคน...คนนั้น จะรับรู้ความคิดผม  เพราะใบหน้าที่เหมือนกันกับผมนั้นแย้มรอยยิ้มขำๆออกมา ขณะเลียชิ้มหยาดน้ำขาวขุ่นที่ผมปล่อยออกมา

“ไม่ใช่แค่นั้นหรอกนะ ...กินสิ... ของๆนายหวานมากเลยนะ” คน...คนนั้น กระซิบก่อนสอดนิ้วเข้ามาในโพร่งปากของผมทันที
สัมผัสของเรียวนิ้วที่หยอกเย้ากับลิ้นของผม ปนกับรสชาติคาวหวานแปลกๆ

“อื้อ”

“...ผิวของนายก็เนียนเรียบกว่าของฉันมากเลย” ฝ่ามือหยาบอีกข้างลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าน้อยๆตามร่างกาย

“เล็บของนายก็เป็นสีชมพู..” ฝ่ามือลากไล้ไปตามลำแขนถึงฝ่ามือและหยุดคลึงที่ปลายนิ้ว

“แตกต่างจากของฉันที่เป็นสีดำ...” ถอนเรียวนิ้วที่ชุ่มไปด้วยหยาดน้ำใสปนขาวขุ่นออกมาจากปากของผมให้ดูทั้งๆที่ หยาดน้ำยังคงเยิ้มเชื่อมกับริมฝีปากของผม

“และตัวนาย...ก็หอมหวานมากเลยล่ะ ...เพราะแบบนี้สินะเจ้าพวกนั้นถึงได้ชอบดมตัว เรา นักน่ะ” ริมฝีปากร้อนลากไล้แผ่นอก ฝ่ามือที่เปรอเปื้อนถูกเลื่อนลงมา...เพื่อนำหยาดน้ำมาลูบชะโลมส่วนแข็งขืนของคน...คนนั้น

“อ่ะ...อ้า อื้อ” ผมร้องครางออกมาเมื่อความร้อนผ่าวถูกสอดเข้ามาในร่างกาย ฝ่ามือคล่ำเปะปะทั่วกายที่รายล้อมด้วยดอกฮิกันบานะ ก่อนจะถูกมือของคน...คนนั้น ดึงมาให้กอดรอบลำคอแกร่งไว้

“ระบายอารมณ์มาได้เต็มทีเลยนะ” ใบหน้าที่เหมือนกันกับผมโน้มมาเอ่ยยิ้มๆประชิดหน้าของผม ดวงเนตรที่ผมพึงสังเกตดีๆแล้วพบว่ามันเรียวคมกว่าตาของผม

เรือนร่างที่แข็งแกร่งกว่าผมเริ่มขยับกาย มือแกร่งช้อนตรงข้อพับขาผมขึ้นมาข้างหนึ่งเพื่อรุกประชิดเข้ามาได้มากขึ้น

“อื้อ” ผมจิกเล็บเข้าเนื้อแข็งๆของร่างด้านบน รู้สึกอึดอัด กับความคับแน่น...หากแต่ก็เสียวซ่าน และไม่รู้เพราะต้องเจอแบบนี้บ่อยๆรึเปล่า ทำให้ผมคุ้นชินกับมัน...

หรือเพราะ...คน...คนนั้น คือตัวผม ที่ไม่ใช่ผม กันแน่?

“ห่ะ อ้า..อือ...ห่ะ” เสียงร้องครางเครือสลับกับเสียงหอบหายใจดังคละเคล้าและเสียงเนื้อกระทบเนื้อ ท่ามกลางแรงกระแทกที่เริ่มโหมดิบเถื่อนรุนแรง

ผิวกายกำยำชื้นเหงื่อเสียดสีกับผิวเนื้อนวล เร่งเร้าอารมณ์ให้เตลิด

“เรียก คาเนกิ สิ คาเนกิ คน...คนนั้น ผู้มีเรือนผมสีขาวเอ่ยกระซิบเสียงพร่า ในขณะที่ร่างกายของ เรา เคลื่อนไหว ท่ามกลางอารมณ์มึนเมากับห่วงราคะ

คะ...คา...เน...กิ”  เอ่ยร้องผสมคร่างกระเส่าอย่างว่าง่าย

“เด็กดี...” ริมฝีปากร้อนแนบประทับหน้าผากมนชื้นเหงื่อ

“อื้ออ” เรียวปากเม้นแน่น..รับรู้ได้ถึงปลายทางแห่งอารมณ์ที่ใกล้เข้ามา เช่นเดียวกับคน...คนนั้น

“อ้า” ผมร้องครางลั่นเมื่อถึงปลายสุดทางแห่งห่วงราคะ เผลอจิกลากเล็บไปที่ร่างด้านบน สีขาวโพล่นเริ่มโอบอุ้มภาพตรงหน้าและความคิด...ให้ล่อยไปในสายกระสันแห่งห่วงราคะ
.


..................

...........

......


.



แสงแดดยามเช้าส่องแยงตาจนดวงเนตรสีนิลต้องปรือเปิด...

เด็กหนุ่มกระพริบตาพักหนึ่งเพื่อไล่ความง่วงงุน ก่อนลุกขึ้นมา รู้สึกได้ถึงความเปียกแฉะเหนียวๆตรงกางเกงแบบที่ไม่ต้องแตะเด็กหนุ่มก็รู้ว่าคืออะไร

เด็กหนุ่มล้วงมือเข้าไปในกางเกงก่อนเอาออกมาดูนิ่งไปพักหนึ่ง...ก่อนเดินไปเข้าห้องน้ำ...เพื่อจัดการธุระยามเช้า

เงากระจกในห้องน้ำ สะท้อนให้เห็นแสงยามเช้าที่ส่องรอดบานหน้าต่างที่ระบายอากาศภายในห้องน้ำเข้ามากระทบกับเรือนผมสีขาวบริสุทธ์รอบกรอบใบหน้าแบบเด็กหนุ่มที่มีดวงเนตรสีนิล...หากแต่ชั่วขณะหนึ่งเนตรข้างซ้ายก็แปรเปลี่ยนเป็นสีโลหิต

เรียวปากบางกระตุกยิ้มเล็กน้อยเมื่อมองภาพสะท้อนนั้น ก่อนเรียวนิ้วที่เปรอคราบน้ำสีขุ่นจะถูกยกขึ้นมาไล้เลีย ดวงเนตรทอดมองทิ้งลงไปในสีนิลราวกับจะมองทะลุไปให้ถึงใครอีกคน


“อรุณสวัสดิ์ ...คาเนกิ เคน” 





.

.

.

END





ทิ้งร้างไปพักหนึ่ง...และแล้วก็กลับมาอีกครั้งครับ


วันนี้ไม่ได้โผล่มามือเปล่าด้วยนะครับเพราะวันนี้ผมกลับมาพร้อมฟิคปอบขอร้าบบบกระผม เนื่องจากว่ามันลงเด็กดีไม่ได้เพราะความเรท เลยมาลงนี่แทน....คือบล็อกนี้มันเอาไว้ลงอะไรเรทๆน่ะครับเอิ้กๆๆๆ
เป็นการระบายที่เรื่องนี้มันหาฟิคหาโดยากกกกกซะเหลือเกิ้นนนนน
แต่ก็เข้าใจอยู่ครับ ว่าเรื่องนี้มันมีเรื่องให้จิ้นได้ก็จริง...แต่จับประเด็นมาเขียนยากมากกกกกกก

สำหรับใครที่เป็นแฟนตัวยงเรื่องนี้คงจะทราบดีว่าอาจารย์อิชิดะ แกชอบใบ้หวยอยู่เรื่อย แล้วเลขประจำส่วนใหญ่ของคาเนกิคือ 12 The Hangen man อันเป็นที่มาของชื่อฟิคนี้นี้เองครับ..

เป็นเรื่องที่เล่นเอามึนไปเลยครับที่ผมจะเขียนคอมโพสที่สื่ออารมณ์ของเรื่องนี้ให้ได้แบบที่ใจต้องการ(ตามที่ผมสามารถทำความเข้าใจความหมายที่อาจารย์ต้องการจะสื่อน่ะนะ) ในรูปแบบของตัวอักษร (อันที่จริงวาดรูปน่าจะง่ายกว่านะ..แต่ก็ขี้เกียจ//โดนโบก)

...ทั้งในเรื่องความโหดร้าย(ที่ผมใช้ดอกฮิกันบานะเป็นสื่อประกอบ) ...ทั้งกฎเกณฑ์ที่ตีเส้นแบ่งความดีและความชั่วที่แผ่คลุม(ครอบงำ)แทนท้องฟ้า(ใช่ตารางหมากรุกขาวดำเป็นสื่อ) ...จิตใจคนเราที่แผ่กว้างและเปลี่ยนรูปร่างไปได้เรื่อยๆอย่างไร้ขอบเขต(สถานที่หลักของฟิคนี้)

นี่คือตามที่ผมตีความหมายจากความหมายภายในจิตใจของคาเนกิที่อาจารย์แกต้องการจะสื่อนะครับ (ใช่ป่าวไม่รู้ ผมแค่แถมั่วให้เรื่องมันมีเนื้อบ้างไม่งั้นมันจะมีแค่เรท...ซึ่งผมคิดว่ามันไร้สาระเกินไปที่จะมีแต่เรทไร้เหตุผลเพื่อเรียกคนอ่าน)

แล้วที่นี้ทุกคนคงสงสัยนะครับว่ามันเกี่ยวอะไรกับ The Hangen Man....

ขอสรุปแบบโดยย่อและเลือกเฉพะความหมายที่เกี่ยวกับตัวคาเนกินะครับ

The Hangen Man หมายถึง สภาวะหยุดนิ่ง...ชะงัก ทำอะไรไม่ได้ เป็นอุปมาอุปไมยของการยอมแพ้และเสียสละ ในช่วงที่หยุดนิ่งจะเป็นการเผชิญหน้ากับจิตใต้สำนึก,การสลายตัวของขอบเขตแห่งตัวตน, ภาวะที่มุ่งไปสู่ความเป็นหนึ่งเดียว และการก้าวข้ามสู่ภาวะเหนือโลก
พูดง่ายๆก็คือว่าคุยกับตัวเองภายในจิตใจ(ซึ่งผมคิดว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่แปรเปลี่ยนง่าย...เข้าใจได้ยาก...กว้างไร้ขอบเขต ...และสะท้อนแนวคิดของเจ้าของจิตใจ)

สรุปคือเอาความเข้าใจทั้งสองอย่างของความหมายที่จารย์แกจะสื่อมาMixกะความหมายของไพ่ส่วนที่ผมคิดว่าน่าจะเกี่ยว

ความจริงอยากเขียนเล่ามากกว่านี้นะ...แต่พอดีกว่า....เพราะคาดว่าหลายๆคนคงงงที่ผมพล่ามชัวร์ เอิ้กๆๆๆๆ

ของแจ้งให้ทราบว่าฟิคจิบิจะทำการรีไรใหม่ครับ เนื่องจากผมมีความรู้สึกว่าเนื้อเรื่องมันหลวมๆ

...แจ้งไว้งั้นๆแหละ..เพราะบล็อกนี้มันร้างสุดๆ ...แต่ถ้าใครติดตามก็ขอบคุณมากจริงๆครับ

วันศุกร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2557

Jibi Jibi รักนี้เริ่มต้นที่เด็ก Kouen X alebaba X (?) 02..โคเอ็นและเสียงซุบซิบ

2


+*+*+


“เป็นยังไงบ้างค่ะ? ...ท่านหมอ” อาลีบาบาเอ่ยถาม หมอชราที่ทำการรักษาเสร็จ

“ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วล่ะขอรับองค์หญิงอาลีบาบา” หมอชรายิ้มให้เด็กสาวถอนหายใจโล่งอก

“โชคดีที่แทงไม่โดนจุดสำคัญอะไร แต่เพราะเสียงเลือดมากคงทำให้อ่อนเพลียไปพักนึ่งน่ะขอรับ แถมเท่าที่ดูคงจะไม่มีอาการไข้อะไร...แต่ยังไงกระผมจะจัดยาเผื่อเอาไว้ล่ะกันนะขอรับ” ร่างค่อนข้างชราก้มลงไปหยิบกระปุกยาในกระเป๋าแพทย์มาวางไว้บนโต๊ะข้างเตียง

“ขอบคุณท่านมาก” เด็กสาวแย้มยิ้มก่อนโค้งรับหมอชราประจำวังที่ขอตัวออกไป

ดวงตาสีทองหลุบมองเด็กชายผมสีแดงเพลิงที่กำลังหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงในห้องของเธอก่อนยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน

ร่างบางนั่งลงข้างเตียงก่อนหยิบผ้าชุบน้ำที่หัวเตียงมาเช็ดตัวทำความสะอาดต่างอาบน้ำ หลังจัดการเสร็จ ร่างบางก็ไปเปิดตู้เสื้อผ้าค้นดูว่าพอจะมีเสื้ออะไรจะให้ใส่ไปแทนก่อนได้ไหม เพราะวันนี้คงจะหาชุดที่เหมาะไม่ได้แล้ว

มือเรียวเลิดเปิดกองผ้า ก่อนจะเจอกับชุดนอนผ้าฝ้ายตัวเล็ก...ที่คงเป็นของตนในวัยเด็กที่ยังหลงเหลืออยู่ ร่างบางหยิบมันออกมาชูเมียงมองสลับกับร่างบนเตียง

เอาเถอะ...ชุดไม่ได้เด็กหญิงอะไร ...คงไม่เป็นไรมั้ง

คิดพลางลงมือใส่เสื้อให้กับร่างเปลือยเปล่าที่มีเพียงผ้าพันแผลผืนใหม่พันปิดแผล พอใส่เสร็จเป็นที่เรียบร้อย ก็ถอยออกมาดู พลางเอียงคอ

โอเค....ไม่ได้ดูเป็นเด็กผู้ชายใส่ชุดเด็กผู้หญิงจ้าอะไรมาก ร่างบางพยักหน้ากับตัวเองอย่างพอใจ ทั้งๆที่เรื่องนี้มันน่าจะขึ้นอยู่กับความพอใจของคนใส่มากกว่า

อาลีบาบาบิดตัวเล็กน้อยห่มผ้าให้ร่างเล็ก ก่อนยกอ่างน้ำกลับเข้าไปเก็บในห้องน้ำ..พร้อมกับจัดการธุระส่วนตัว

หลังจากห้องนอนเงียบสนิทไปพักหนึ่ง มีเพียงเสียงน้ำตกหระทบพื้นในห้องน้ำ ร่างของเด็กชายที่นอนอยู่ที่เตียงก็ลืมตาขึ้นมา ดวงเนตรสีเพลิงกวาดมองไปรอบห้องอย่างมึนๆและสำรวจ ก่อนหยุดอยู่ที่ประตูห้องน้ำที่ยังคงมีเสียงน้ำดังออกมา

มีคนอาบน้ำงั้นเหรอ...

ก่อนที่ดวงเนตรเพลิงจะหลุบมองตัวเอง มือเล็กๆจับขอบผ้าห่มเลิกขึ้นดูตัวเอง ที่อยู่ในชุดนอนผ้าฝ้าย ที่ติดจะดูเหมือนของเด็กผู้หญิง แผลก็ดูเหมือนจะโดนทำแผลใส่ยาเรียบร้อย

มือเล็กปล่อยชายผ้าห่มให้คลุมตัวอย่างเดิมก่อนนอนมองเพดานห้องที่มีการตกแต่งลวดลาย ...แม้ไม่หรูมากแต่ห้องนี้ก็บ่งบอกได้ว่าเป็นของคนมีฐานะ...เท่าที่ร่างเล็กจำได้ก็คือเขาผู้หญิงคนนั้นถูกพามารักษาที่วัง...

งั้นที่นี่ก็คงเป็นห้องของผู้หญิงคนนั้นสินะ และเผลอๆจะอยู่ในวังด้วย ร่างเล็กคิดสารตะเรียบเรียงดู

เสียงประตูห้องน้ำเปิดดึงสายตาให้เด็กชายหันไปมอง....ร่างเล็กนิ่งไปนิดก่อนใบหน้าจะแดงระเรื่อโดยไม่รู้ตัว

ร่างเปลือยเปล่าขาวนวลเกาะพราวไปด้วยหยาดน้ำที่สะท้อนแสงตะเกียงสะลัวๆในห้อง มีเพียงผ้าเช็ดตัวพันเรือนกายไว้อย่างหมิ่นเหม่ทำให้เห็นสัดส่วนร่างกายแบบเด็กสาวที่กำลังโต ในขณะที่มือเรียวก็ยังคงเช็ดเรือนผมของตนต่อไป ชายผ้าที่ลงมาปกการมองเห็นของร่างบางทำให้ไม่รับรู้ว่าอีกคนที่อยู่ในห้องตื่นแล้วและกำลังมองด้วยใบหน้าติดจะแดงๆอยู่  ร่างบางหันไปตามความเคยชินไปทางตู้เสื้อผ้าที่อยู่ใกล้ๆประตูห้องน้ำ ซึ่งทำให้ต้องหันหลังให้กับเตียงนอน ร่างบางหยิบเสื้อนอนผ้าฝ้ายขึ้นมาพลางปลดผ้าที่พันตัวออก....แผ่นหลังเนียนพลันปรากฏให้เห็นเรื่อยไล่ลงมายังสะโพกมน....

เด็กชายพลันรีบหลับตาลงทันที....อย่างพอจะเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของคนที่เข้าใจว่าตนอยู่คนเดียวภายในห้อง

เกิดเสียงแซกๆพักหนึ่งก่อนที่ที่นอนข้างตัวเด็กชายจะยุบลง จากนั้นตามด้วยมือเรียวที่ติดจะเย็นๆเล็กน้อย มานาบลงบนหน้าผาก

“อืม...ไม่มีไข้แหะ ค่อยยังชั่วหน่อยที่ไม่เป็นไรมาก” เสียงใสๆพึมพัม

รู้สึกได้ว่าร่างข้างกายขยับกายเล็กน้อยก่อนจะนิ่งไปตามด้วยเสียงแปลกๆให้เด็กชายต้องแอบปรือตาขึ้นมามอง

ดาบสั้นส่องประกายวาวล้อแสงตะเกียงในขณะที่ร่างบางนั่งเช็ดมัน และเพราะมองย้อนแสง ..แสงรำไรนั่นจึงส่องทะลุเนื้อผ้าฝ้ายจนเห็นเรือนกายภายใน...

เด็กชายรีบหลับตาลงอีกครั้ง ด้วยความเกรงใจระคนแปลกใจว่าทำไมยังต้องแกล้งเป็นหลับอยู่อีก แต่ในขณะเดียวกันเด็กชายก็อดระแวงไม่ได้ที่ร่างบางถือดาบอยู่แบบนั้น

หากแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนได้ยินเสียงดาบถูกเก็บและแสงสลัวในห้องที่ดับไป ลมแผ่วๆพัดมาเล็กน้อยพร้อมกลิ่นกายผสมสบู่หอมๆมากระทบเมื่อเด็กสาวทิ้งตัวลงนอน และไม่นานก็หลับไป....

“...”

เด็กชายหันควับมามองคนที่หลับไปเป็นที่เรียบร้อยอย่างไม่คิดที่จะระวังเลยแม้แต่น้อยว่าข้างๆตนมีเด็กที่ไปเก็บมาจากสลัมอยู่

“เชื่อเขาเลย...” เด็กชายพึมพัมกับความมืดภายในห้อง





รุ่งเช้ามาเยือนให้ผู้คนเริ่มต้นชีวิตกับอีกวันหนึ่ง เช่นเดียวกับร่างบางเรือนผมสีทองที่ลุกขึ้นมาขยี้ตาปอยๆก่อนจะเดินลอยๆเหมือนคนละเมอไปจัดการธุระยามเช้า

ซักพักเด็กชายเรือนผมสีเพลิงที่ติดจะยุ่งเหยิงเพราะพึงตื่นก็ค่อยๆลุกขึ้นมาพลางนิวหน้าเล็กน้อยกับความตึงๆที่แผล....

“อ้ะ...ฟื้นแล้วเหรอ” เสียงใสๆดังขึ้นให้ดวงเนตรเรียวสีเพลิงต้องหันไปมอง

“ยังเจ็บอยู่รึเปล่า?” ร่างบางเดินมานั่งข้างเตียงช่วยจับประคอง

“นิดหน่อย..แต่ไม่อะไรมาก” เด็กชายเอ่ย

“ดีแล้วล่ะ....ไปทำอีท่าไหนล่ะเนี่ยถึงเจ็บมาซะขนาดนี้?” ร่างบางมุ่ยหน้าถามพลางโน้มตัวลงมาจับหน้าจับตาสำรวจไข้

“ไม่รู้เหมือนกัน...”

เด็กสาวนิวหน้าทันที “เจ็บหนักขนาดนี้เนี่ยนะ...ไม่รู้”

“อืม....รู้สึกตัวอีกทีก็มีแผลแล้ว” เด็กชายตอบนิ่งๆ

อาลีบาบานิ่งไปพลางจ้องตากับเด็กชายที่จ้องตอบไม่มีหลบ ..จนร่างบางต้องย่อมรับอย่างปลงๆ

“เอาเถอะ...เอาเป็นว่า..ฉัน...อาลีบาบา ซารูจา ..นายล่ะชื่ออะไร?” ร่างบางยิงคำถามใหม่

คราวนี้เด็กชายนิ่งไปครู่หนึ่งเหมือนครุ่นคิดบางอย่าง...ก่อนเอ่ยตอบ

“โคเอ็น...”

“เอ๋ ..เหรอ ...โคเอ็นเหรอ...” ร่างบางงึมงัม

“ชื่อข้ามีไรแปลกรึไง?” คราวนี้เป็นเด็กชายมุ่ยหน้าบ้าง

“อา...เปล่าๆ...ไม่มีอะไรหรอก....แค่รู้สึกว่ามันคุ้นๆหูนิดหน่อยน่ะ ...เหมือนเคยได้ยินชื่อนี้ที่ไหนมา
ก่อน” อาลีบาบายกมือจับคางครุ่นคิด

“แล้วที่ไหนล่ะ?” เด็กชายเลิกคิ้ว

“ไม่รู้สิ” เด็กสาวมุ่ยหน้า

“แล้วทำไมถึงโดนนักเลงไล่กวดล่ะหืม?” ร่างบางปัดไปถามคำถามต่อไปเมื่อหาคำตอบของเมื่อกี้ไม่ได้

“ข้าก็เดินของข้าอยู่ดีๆ แต่พวกนั้นก็มาหาเรื่องข้าบอกว่านี่คือถิ่นมัน ..ถ้าจะเดินผ่านต้องได้รับอนุญาติ ไม่ก็ต้องจ่ายเงิน...พอข้าสวนว่านี่มันที่สาธราณะพวกนั้นก็เลยกระชากเสื้อข้า..ข้าเลยเอาไม้ที่อยู่ใกล้ๆฟาดหัวมันไป..”

เหตุผลสุดงี่เง่าในการกร่างและการกระทำสุดบ้าเกินเด็กทำให้ร่างบางอดทำหน้าเจื่อนพลางเหงื่อตกไม่ได้

“นี่พี่สาวข้าหิวแล้ว..” เด็กชายเอ่ยเสียงติดจะอ้อนโดยไม่รู้ตัว มือเล็กๆคล่ำท้องป่อยๆ

“ห่ะ...อืม ...ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉันไปเอามาให้นะ ..จะได้ไปเอาเสื้อมาให้ด้วย” ร่างบางว่าหลุดจากอาการอึ้งๆก่อนผลุผลัดออกไปจากห้อง

ส่วนเด็กชายก็ค่อยๆลุกขึ้นมาจากเตียงเดินไปล้างหน้าล้างตาระหว่างรอ มีนิวหน้าบ้างเล็กน้อยกับความตึงๆแต่ก็ไม่ได้อะไรกับมันมาก

“มาแล้ว ..อ่ะอย่าพึงขยับตัวแบบนั้นสิ” อาลีบาบาท้วงเมื่อเห็นเด็กชายเดินกลับมาจากห้องน้ำ มือเรียวรีบวางถาดอาหารทั้งสองถาด และห่อกระดาษที่มีชุดอยู่ในนั้นไว้ปลายเตียง ก่อนปรีมาอุ้มเด็กชายกลับมาวางที่เตียง

“ข้าแค่โดนแทงที่ท้อง..ไม่ใช่ที่ขาซะหน่อย..จะได้เดินไม่ได้” เด็กชายว่าออกมาขณะโดนอุ้ม

“มันก็ใช่..แต่ขยับตัวมากๆมันก็ไม่ดีต่อแผลนะ”

“ข้าขยับแต่ขาเพื่อเดิน..ไม่ได้ขยับตัวซักหน่อย” เด็กชายเถียงนิ่งๆแต่ทำเอาร่างบางไปต่อไม่ถูก

“จ้าๆ เอ้านี่” ยืนช้อนข้าวต้มที่โดนเป่าแล้วยัดเข้าปากเล็กๆที่เถียงคำไม่ตกฝากจนโคเอ็นต้องนั่งเคี้ยวตุ้ยๆ

“ข้ากินเองได้..พี่สาวกินไปเถอะ” เอ่ยพลางมองถาดอาหารอีกถาด “ข้า7ขวบแล้วนะ...ถือช้อนกินข้าวได้อยู่แล้ว” เอ่ยสำทับเมื่อเห็นร่างบางทำท่าจะพูดอะไร

“นายนี่มันดักคอเก่งจริงนะ” ร่างบางว่าพลางถอนใจ ...ตักแกงเข้าปาก..ตามด้วยน่าน*

*ขนมปังชนิดหนึ่งของอินเดีย

“แล้วต่อไปพี่สาวจะทำอะไรน่ะ”เด็กชายถามหลังทานไปพักหนึ่ง

“อ่อ...เรียนน่ะ...”




เสียงเหล็กกระทบกันดังเครงคร้างในท้องพระโรงที่เป็นโดมสูง ในขณะที่ร่างบางเคลื่อนตัวไปมาหลบผู้เป็นอาจารย์

“ไหล่เปิดนะ ...องค์หญิง” ร่างหนาของผู้เป็นอาจาร์ยฟาดดาบลงมา จนร่างบางต้องสไลตัวหลบไปด้านข้างพร้อมยกดาบมากัน

โคเอ็นมองการปะดาบเบื้องหน้าอย่างติดจะเบื่อหน่ายเนื่องจากร่างบางไม่ยอมให้ร่างเล็กทำอะไรที่มันจะเป็นการเคลื่อนไหวมากไป


องค์หญิงงั้นเหรอ...


มือเล็กยกขึ้นเท้าคาง มองร่างบางที่กระโดดถอยไปข้างหลังพลางวาดดาบสั้นในมือเพื่อตัดการจู่โจมเข้ามาของผู้เป็นอาจารย์ แล้วเริ่มรุกกลับ

เด็กชายมุ่ยหัวคิ้วนึกถึงความรู้ที่มีในหัว...

ไม่เห็นเคยได้ยินเลยแหะว่าซารูจาจะมีองค์หญิงด้วย....

โคเอ็นค่อนข้างจะมั่นใจว่าตัวเองเป็นพวกชอบหาความรู้ใหม่ๆตลอด ไม่ใช่แค่เรื่องในตำราที่อาจารย์ของตนจะหามาให้เท่านั้น แต่ไม่ว่าจะหนังสืออะไร..เด็กชายก็จะไล่ตามอ่านมาตลอด แม้แต่เรื่องของราชวงศ์ซารูจา เด็กชายก็เคยอ่านมาแล้ว...ซึ่งเรื่องนั้น...

“ไม่ใช่ว่าราชวงศ์ซารูจามีแค่โอรสสององค์รึไงนะ..” เด็กชายพึมพัมแผ่วเบา


“ช่วงนี่จักรวรรดิเจิดจรัศเข้ามาใกล้ไปรึเปล่า..”

“ก็ใช่...ถ้าไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นก็คงดีนะ..”

“ไม่ใช่แค่ทางเจิดจรัศหรอก..ถ้าซินเดรียเองก็มีท่าทางแปลกๆนะ”


เสียงพูดคุยเบาๆของทหารที่อยู่ใกล้ๆลอยมาเขาหูเด็กชายให้ต้องหลุดจากความคิดหันไปมอง ดวงเนตรเพลิงกระพริบปริมๆ


“จักรวรรดิเจิดจรัศอยู่ใกล้ๆนี้...งั้นเหรอ...ไหนจะซินเดรียอีก”



ร่างบางเดินมาทิ้งตัวลงนั่งปุข้างๆเด็กชายพลางเอาผ้าชุบน้ำโป๊ะหน้าตนทิ้งไว้ครู่หนึ่ง

“เป็นไงล่ะเบื่อใช่ไหมล่ะเรา” ร่างบางพึมพัมอย่างเพลียๆ ก่อนลุกขึ้นนั่งเช็ดหน้าเช็ดเหงื่อ

“นั่นเพราะพี่สาวไม่ยอมให้ข้า เรียนด้วยตังหาก”

“เจ้าเจ็บอยู่จะให้ทำอะไรที่มันหักโหมได้ไง” ร่างบางเถียงกลับ...คราวนี้เด็กชายเป็นฝ่ายยอม

“บ่ายเจ้าเรียนไรล่ะ?” โคเอ็นถามต่อ

“หือ....เศรษฐกิจ..ที่ห้องสมุดน่ะ...ทำไมเหรอ” อาลีบาบาลดผ้าที่เช็ดหน้าลง

“ข้าไปด้วย..”

“ห่ะ?! ที่นั่นมันจะทำให้นายเบื่อยิ่งกว่านะ”

“การอ่านหนังสือทำให้ข้าสนุกเสมอแหละ” แล้วก็เป็นอีกครั้งที่ร่างบางต้องยอมร่างเล็ก

“ตามใจล่ะกัน....ปะ..ไปกินข้าวกัน” เด็กสาวว่ากระโดดลุกขึ้น


สองร่างต่างวัยเดินคู่ไปตามทางเดินหินอ่อนเพื่อไปทานข้าว ก่อนที่จะผ่านตรงแยกๆหนึ่งเสียงซุบซิบแบบที่จงใจให้ได้ยินก็ลอยมาเข้าหู



“นี่เด็กหัวแดงนั่นแหละ...”

“เห้...ไปเก็บเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้ามาเนี่ยนะ ...เชื่อเขาเลย”

“ก็นะ...พวกไม่มีหัวนอนปลายเท้าก็อยู่กับพวกไม่มีหัวนอนปลายเท้านั่นแหละ”

“สมเป็นลูกโสเภณีจริงๆ..องค์หญิงนอกคอกที่เขาเรียกกันนั่นแหละ”

ที่ตรงนั้นมีกลุ่มนางกำนัลว่างงานจับกลุ่มคุยกัน ...เด็กชายหยุดยืนมองทันทีดวงเนตรสีเพลิงฉายแวววาววับอย่างไม่สบอารมณ์

ว่าข้าไม่มีหัวนอนปลายเท้างั้นเหรอ..ยัยโสเภณีวัง!!’

ทางอาลีบาบาก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะออกเดินต่อเหมือนไม่ได้ยินอะไร

ซึ่งตรงข้ามกับโคเอ็นที่แผ่รังสีเยือกเย็นใส่ ดวงเนตรเรียวสีเพลิงส่องประกายวาวราวกับเพลิงที่แทบจะลุกโหม

จนเหล่านางกำนัลที่ยิ้มเยาะใส่แผ่นหลังบางนั่นขนลุกซู่มองหาที่มาจนสบเข้ากับสายตานั่นแหละก็พลันหน้าซีดกับแรงกดดันที่มากเกินเด็กนั่นจนต้องถอยฉาก

“หึ” เด็กชายส่งเสียงหัวเราะในลำคออย่างเยาะๆ

“โคเอ็น?” อาลีบาบาหันมาเรียกเมื่อสังเกตได้ว่าร่างเล้กไม่ได้เดินมาด้วยกัน ใบหน้ามนหันไปก็พบกับร่างเล็กที่หยุดยืนอยู่ตรงแยกนั้น

“โคเอ็น...” ร่างบางเรียกอีกครั้ง ร่างเล็กนั้นก็หันมามองก่อนเดินมาหา

“นั่นคือสาเหตุที่พี่สาวดูเจียมเนื้อเจียมตัวทั้งๆที่เป็นองค์หญิงสินะ” ใบหน้าเล็กช้อนตาเรียวมองสบทันทีที่เดินเข้ามาใกล้

“เอ๋?”

“ทั้งๆที่พวกข้าวเช้า..หรือเรื่องหาชุดให้ข้า ...พี่สาวน่าจะแค่เรียกนางกำนัลเอามาให้ก็ได้น่ะ ..ไหนยังจะมื้อกลางวัยนี่อีก” โคเอ็นเอ่ย

ร่างบางกระพริบตาปริมๆก่อนแย้มยิ้มติดจะหงอยๆออกมา

“อืม...ฉันทำให้โคเอ็นพลอยโดนนินทาไปด้วย....ขอโทษนะ” สายลมเย็นๆพัดโชยมาจากสวนข้างๆระเบียงให้เส้นผมสีทองสั้นระต้นคอพลิ้วไหว เช่นเดียวกับผมยาวประบ่ามัดรวบไว้ครึ่งหัวของเด็กชาย

“...ทั้งๆที่โคเอ็นไม่ได้เป็นแบบนั้นแท้ๆ แต่ต้องมาถูกเหมาร่วมว่าเป็นคนไม่มีหัวนอนปลายเท้าแบบเดียวกับฉันน่ะ”

ตั้งใจจะสื่ออะไรน่ะ? คิ้วเรียวของเด็กชายเลิกขึ้นอย่างฉงน

“โคเอ็นน่ะ...อ่านหนังสือออกสินะ ...คนที่จะอ่านหนังสือออกน่ะก็มีแต่พวกคนชั้นสูงเท่านั้นแหละ ...แต่กลับต้องมาโดนเหมาร่วมกับคนอย่างฉันแบบนี้....” ใบหน้ามนก้มลงจนผมปรกตา ดวงตาสีเพลิงเบิกกว้างทันทีอย่างพอจะเข้าใจขึ้นมา

“...ขอโทษนะ” เสียงใสแสนหงอยเหงาถูกเอ่ยออกมา

เด็กชายตีสีหน้านิ่งเฉยมองไหล่บางๆที่ลู่ลง ก่อนถอนหายใจออกมา มือเล็กยื่นไปจับมือเรียวที่ติดจะกระด้างเล็กน้อยถ้าเทียบกับมือผู้หญิงทั่วไปในวัง

ดวงตาสีทองกระพริบปริมขณะก้มหน้า มองมือเล็กที่เอื้อมมาจับมือตน

“เรื่องพวกนั้นน่ะมันไม่ใช่เรื่องสำคัญหรอก...ถ้าพี่สาวไม่ช่วยข้าเมื่อวานนี้...ข้าอาจจะแย่ที่สลัมนั่นไปแล้วก็ได้...” ร่างเล็กที่สูงเลยเอวร่างบางไปหน่อยขยับเข้ามาประชิดจนโผล่เข้ามาในคล้องสายตาที่มองต่ำ

ดวงเนตรเรียวสีเพลิงช้อนมองสบ มือเล็กๆหากแต่อบอุ่มกระชับมือเรียวแน่นขึ้นเล็กน้อย

“ข้าต้อง...ขอบคุณพี่สาวตังหาก” รอยยิ้มบางถูกแต้มลงบนใบหน้าเล็กเป็นครั้งแรกที่เจอกัน

ดวงตาสีทองเบิกกว้างใบหน้านวลขึ้นสีจางๆ

ในอกรู้สึกวูบไหวแผ่วเบากับถ้อยคำเหล่านั้นกับสัมผัสอบอุ่นที่ฝ่ามือ


....แผ่วเบา...จนแม้แต่เจ้าของก็ไม่อาจรู้ตัว

.

.



.

TBC

ตอน2มาแล้วจ๊ะ...ด้วยความรวดเร็วแบบที่เรื่องก่อนๆไม่อาจเทียบ5555

*อ่านตรงนี้นิดนะครับ..ตอนแรกมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย..มันไม่สำคัญอะไรมากขนาดที่คนที่อ่านมาแล้วต้องไปย้อนหรอกครับ แค่อ่านตรงนี้แล้วทราบแค่ว่าผมลบช่วงที่มีการพูดถึงว่าอาลีบาบาเคยไปที่เรมเท่านั้นเองครับ เพื่อความสบายใจของคนเขียน(ห่ะ?) และเพื่อเนื้อเรื่องดำเนินต่อไปได้ด้วยครับ


มีคนบอกว่าโคเอ็นยังไม่โผล่เมื่อตอนแรก..ความจริงเฮียแกโผล่มาแล้วครับแลดูตัวประกอบสุดๆ(โดนฟันคอ) ตอนนี้น่าจะปูพื้นเรื่องเสร็จแล้ว(มั้ง?) คงจะได้เริ่มเรื่องตอนต่อไปนี่ล่ะมั้ง?(ทำไมมันดูไม่แน่ใจเลยล่ะเฮ้ย)